สวัสดีค่ะ เข้าใจเลยว่ากังวลเรื่องการคุมกำเนิดเนอะ การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญมากๆ พี่เลิฟจะให้ข้อมูลเพื่อช่วยตัดสินใจนะคะ
ถ้าใส่ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ โอกาสตั้งครรภ์ก็ถือว่าน้อยมากแล้วค่ะ แต่ก็ยังมีโอกาสผิดพลาดได้บ้างเล็กน้อย การคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นร่วมด้วยจะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้นค่ะ
1. แบบไหนผลข้างเคียงน้อยที่สุด:
- การใส่ห่วงอนามัย (IUD): มีสองแบบคือแบบฮอร์โมนและแบบทองแดง แบบฮอร์โมนอาจมีผลข้างเคียงเรื่องประจำเดือนมาผิดปกติในช่วงแรก แต่โดยรวมแล้วผลข้างเคียงน้อยกว่ายาคุมแบบกินค่ะ แบบทองแดงจะไม่มีฮอร์โมน แต่บางคนอาจมีประจำเดือนมามากและนานขึ้น
- ยาคุมแบบกิน: มีหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีปริมาณฮอร์โมนต่างกัน อาจต้องลองปรึกษาคุณหมอเพื่อหายาคุมที่เหมาะกับเราที่สุด ผลข้างเคียงที่อาจเจอคือคลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว คัดเต้านม หรืออารมณ์แปรปรวนค่ะ
- ยาคุมแบบฉีด: สะดวกตรงที่ไม่ต้องกินทุกวัน แต่ผลข้างเคียงคล้ายกับยาคุมแบบกิน และอาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติได้นานกว่า
- แผ่นแปะคุมกำเนิด: ใช้งานง่าย แปะสัปดาห์ละครั้ง แต่ก็มีผลข้างเคียงคล้ายยาคุมแบบกินค่ะ
- ยาฝังคุมกำเนิด: ประสิทธิภาพสูง คุมได้นาน 3-5 ปี แต่ต้องให้คุณหมอเป็นคนฝังและเอาออก อาจมีผลข้างเคียงเรื่องประจำเดือนมาไม่ปกติ
2. ราคาประมาณเท่าไหร่:
- ถุงยางอนามัย: ราคาถูกที่สุด เริ่มต้นที่หลักสิบบาทต่อชิ้น
- ยาคุมแบบกิน: ราคาประมาณ 200-500 บาทต่อเดือน
- ยาคุมแบบฉีด: ราคาประมาณ 100-300 บาทต่อเข็ม (ฉีดทุก 1-3 เดือน)
- แผ่นแปะคุมกำเนิด: ราคาประมาณ 800-1,200 บาทต่อเดือน
- ห่วงอนามัย: ราคาประมาณ 2,000-8,000 บาท (ขึ้นอยู่กับชนิดของห่วง)
- ยาฝังคุมกำเนิด: ราคาประมาณ 2,500-8,000 บาท
พี่เลิฟแนะนำว่าให้ลองปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกรนะคะ เพื่อให้คุณหมอช่วยแนะนำวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของเรามากที่สุด การคุมกำเนิดเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ ไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนค่ะ ขอให้เลือกวิธีที่สบายใจและมั่นใจที่สุดนะคะ
เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ ถ้ามีอะไรให้พี่เลิฟช่วยอีก บอกได้เลยค่ะ