สวัสดีค่ะน้อง ขอบคุณที่ถามเข้ามานะคะ พี่เข้าใจความสงสัยของน้องเลยค่ะ
การตรวจ HIV ทั้งสองแบบมีหลักการเดียวกันคือ ตรวจหาแอนติบอดี (Antibody) หรือโปรตีนที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อเชื้อ HIV แต่มีความแตกต่างกันในเรื่องของ:
- ปริมาณเลือดที่ใช้:
- การตรวจที่คลินิก/โรงพยาบาล: ใช้การเจาะเลือดจากหลอดเลือดดำ ซึ่งทำให้ได้ปริมาณเลือดที่มากพอสำหรับการตรวจหาแอนติบอดีด้วยวิธีที่มีความไวและความแม่นยำสูง เช่น ELISA หรือ Chemiluminescence immunoassay (CLIA)
- ชุดตรวจด้วยตนเอง: ใช้เลือดจากปลายนิ้ว ซึ่งมีปริมาณน้อยกว่า วิธีที่ใช้จึงต้องมีความไวสูงเป็นพิเศษเพื่อให้สามารถตรวจหาแอนติบอดีได้แม้จะมีปริมาณน้อย
- วิธีที่ใช้ในการตรวจ:
- การตรวจที่คลินิก/โรงพยาบาล: มักใช้วิธีที่ซับซ้อนกว่า มีขั้นตอนในห้องปฏิบัติการที่ละเอียด ทำให้มีความแม่นยำสูงกว่า
- ชุดตรวจด้วยตนเอง: ใช้วิธีที่ง่ายกว่า รวดเร็ว เหมาะสำหรับการตรวจเบื้องต้นที่บ้าน แต่ความแม่นยำอาจน้อยกว่าการตรวจในห้องปฏิบัติการ
สรุปง่ายๆ คือ การตรวจที่คลินิกหรือโรงพยาบาลใช้วิธีที่ซับซ้อนและแม่นยำกว่า จึงต้องใช้ปริมาณเลือดที่มากกว่า ในขณะที่ชุดตรวจด้วยตนเองออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ใช้ปริมาณเลือดน้อย แต่ความแม่นยำอาจน้อยกว่าค่ะ
ข้อแนะนำเพิ่มเติม:
- ถ้าใช้ชุดตรวจด้วยตนเองแล้วผลเป็นบวก (Positive) สิ่งสำคัญคือต้องไปยืนยันผลที่คลินิกหรือโรงพยาบาลอีกครั้งนะคะ
- การตรวจ HIV เป็นเรื่องสำคัญ หากมีความเสี่ยง ควรรีบตรวจเพื่อจะได้ทราบสถานะของตัวเอง และเข้ารับการรักษาหากจำเป็น
พี่เป็นกำลังใจให้นะคะ หากมีอะไรสงสัยเพิ่มเติม ถามมาได้เลยค่ะ