โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ HIV เอดส์ STI หูดหงอนไก่ หูดข้าวสุก หนองใน เริม ช่องคลอดอักเสบ ซิฟิริส

ใครควรจะตรวจเอชไอวี?

ลองเล่นเกมนี้ เพื่อประเมินโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีของเราเคยมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย ไม่ว่าจะทางช่องคลอดหรือทวารหนักหรือไม่ เคยมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยตั้งแต่เริ่ม แต่มาใส่ตอนท้าย ไม่ว่าจะทางช่องคลอดหรือทวารหนัก? เคยใช้ปากกับอวัยวะเพศชาย (ออรัลเซ็กส์) และมีการหลั่งอสุจิในปากหรือไม่? เคยใช้เข็มฉีดยาเสพติดร่วมกับผู้อื่นหรือไม่? มาดูเฉลยกัน คำตอบ : ไม่เคยทุกข้อ ถ้าเรามั่นใจว่าไม่เคยทำพฤติกรรมแบบนี้เลย แสดงว่าที่ผ่านมา ยังไม่มีโอกาสเสี่ยงต่อการรับเชื้อฯ อย่างไรก็ตาม ถ้าจะให้ปลอดภัยตลอดไป ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ และไม่ใช้เข็มฉีดยาเสพติดร่วมกับคนอื่นคำตอบ : ถ้าตอบว่าเคย แม้เพียงข้อเดียว! เรามีโอกาสเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อเอชไอวี แต่ไม่ได้หมายความว่าเราได้รับเชื้อฯ แล้ว การตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวี เป็นวิธีเดียวที่จะรู้ได้ว่าเรามีเชื้อเอชไอวีหรือไม่ ดังนั้น ถ้าเคยมีพฤติกรรมนี้มาแล้วมากกว่า ๑ เดือน คุณควรจะได้รับคำปรึกษา และตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งไม่ว่าผลเลือดจะเป็นบวกหรือลบ จะได้ป้องกันตัวเองและคู่ต่อไป และหากผลเลือดเป็นบวก ก็เข้ารับการรักษา ให้มีสุขภาพแข็งแรง เพราะเอดส์รักษาได้ ทุกสิทธิรักษาฟรี

อยากตรวจหา HIV ไม่ต้องรอถึง ๓ เดือนแล้ว!!

มีน้องๆ หลายคนเข้ามาถามในห้องแชทเลิฟแคร์ว่า “เมื่อคืนหนูมีเพศสัมพันธ์กับแฟน แต่ไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย ถ้าหนูอยากไปตรวจหาเอชไอวี ไปได้เลยไหมคะ?” เลิฟแคร์ขอแนะนำว่าหากน้องคนไหนที่ประเมินแล้วว่าตัวเองมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีเช่นมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่แล้วไม่ได้ป้องกันหรือใช้เข็มฉีดยาเสพติดร่วมกับคนอื่นแล้วอยากไปตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวีสามารถไปตรวจเลือดได้โดยนับระยะช่วงเวลาที่ยังอาจตรวจไม่พบการติดเชื้อฯหรือวินโดว์พีเรียดเป็นเวลา๑เดือนเช่นมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีวันที่๑๕มีนาคมหากอยากรู้ผลเลือดของวันที่๑๕มีนาคมจะตรวจเลือดหาการติดเชื้อฯได้ในอีก๑เดือนถัดไปคือวันที่๑๕เมษายนเป็นต้น หากน้องตรวจเลือดในวันที่๑๕มีนาคมเลยผลเลือดจะเป็นผลของความเสี่ยงครั้งก่อนๆจนถึงวันที่๑๕กุมภาพันธ์ค่ะเนื่องจากการตรวจแบบนี้เป็นการตรวจหาแอนติบอดี้ที่ร่างกายสร้างขึ้นไม่ได้ตรวจหาเชื้อเอชไอวีโดยตรงซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า ก่อนหน้านี้เราอาจเคยได้ยินว่าต้องรอจนถึง๓เดือนจึงจะตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีได้แต่ตอนนี้มีการพัฒนาน้ำยาในการตรวจใหม่ทำให้ระยะวินโดว์พีเรียดลดลงเหลือเพียงเดือนเดียวก็ตรวจได้แล้วที่ทุกสถานพยาบาลของรัฐ นอกจากนี้การตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีจะมีบริการให้คำปรึกษาทั้งก่อนและหลังการตรวจซึ่งการรู้ผลเลือดของตัวเองได้เร็วเท่าไหร่จะทำให้เราวางแผนเรื่องสุขภาพได้เร็วยิ่งขึ้นนะคะ

เป็นหนองใน แต่ไม่กล้าไปรักษา จะเป็นไรไหมครับ?

ถาม: ผมเป็นหนองในแท้มานาน แต่ไม่กล้าไปรักษา ถ้าปล่อยไว้นานจะรักษาหายไหม หรือจะมีอาการอย่างไรบ้างครับ ตอบ: กรณีเป็นโรคหนองใน ไม่ควรซื้อยามากินเอง เพราะคนจ่ายยาจะไม่ทราบว่าเป็นหนองในแท้หรือหนองในเทียม แนะนำให้รีบไปรักษากับคุณหมอค่ะ ไม่ต้องอายหรือกลัว เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดโรคแทรกซ้อนตามมา เช่น หนองในลงอัณฑะ อัณฑะอักเสบ เป็นต้น ที่มา: ปรับปรุงจากเรื่องลับบนทางรัก๒

ถาม: ถ้าผมกินยาต้านแล้ว ผมจะอยู่ได้อีกกี่ปีครับ

ตอบ: ถ้าเรารู้ว่าเราติดเชื้อเอชไอวีและเข้าสู่การรักษาด้วยยาต้านไวรัสแล้วเราจะอยู่ได้นานจนแก่เฒ่าเลยครับเพราะยาต้านไวรัสจะทำให้ผู้ติดเชื้อฯร่างกายแข็งแรงไม่ต่างจากคนทั่วไปซึ่งสิ่งสำคัญในการทานยาต้านฯคือทานยาอย่างต่อเนื่องและตรงเวลา ตอนนี้มีพี่ๆ ผู้ติดเชื้อฯ หลายคนที่ติดเชื้อฯ มากว่า ๓๐ ปี แล้วเข้าสู่การรักษา ก็ยังมีชีวิตอยู่และสุขภาพแข็งแรงดีครับ ^^   

ถาม: อยากตรวจหาเชื้อเอชไอวี ตรวจได้ที่ไหนบ้างคะ?

ตอบ: สามารถขอรับบริการ ตรวจหาเชื้อเอชไอวีได้ที่สถานพยาบาลของรัฐทุกแห่ง ฟรี ปีละ ๒ ครั้งเมื่อมีความเสี่ยง หรือหากอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ขอรับบริการได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. โดยทั้งก่อนและหลังการตรวจเลือดจะมีบริการให้คำปรึกษาด้วยทุกครั้ง

ใช้สบู่ก้อนเดียวกับผู้ติดเชื้อHIV ได้ไหม?

วันก่อน มีน้องๆ เข้ามาสอบถามด้วยความกังวลว่า ได้ไปใช้สบู่ของคนที่ติดเชื้อเอชไอวี แล้วตัวเขามีแผลสด  อย่างนี้มีโอกาสติดเชื้อได้ไหมมากน้อยแค่ไหน” เลิฟแคร์ ขอทำความเข้าใจอย่างนี้ค่ะ เอชไอวีติดต่อได้จากทางเลือดเป็นหลักรองลงมาคือน้ำอสุจิน้ำในช่องคลอดแล้วก็น้ำนมแม่ที่เหลือนอกจากนี้ไม่ทำให้ติดเชื้อเอชไอวีค่ะไม่ว่าจะเป็นน้ำลายเหงื่อน้ำตา ดังนั้น การใช้ของใช้ในชีวิตประจำวันร่วมกับผู้ติดเชื้อฯ ไม่ทำให้เราได้รับเชื้อเอชไอวีไปด้วย เราสามารถใช้ของร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นสบู่ แก้วน้ำ จานชาม ช้อนส้อม กรรไกรตัดเล็บ เป็นต้นค่ะ อย่ากังวลใจในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้ติดเชื้อฯเลยนะคะเพราะคนส่วนใหญ่บนโลกนี้กว่าร้อยละ๘๐ติดเชื้อเอชไอวีจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกันค่ะ http://www.lovecarestation.com/?p=33026 

อุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Diseases, PID)

อุ้งเชิงกรานอักเสบ
เป็นการอักเสบจากการติดเชื้อของอวัยวะภายในอุ้งเชิงกราน อันได้แก่ เยื่อบุโพรงมดลูก ท่อนำไข่ ปีกมดลูก    เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ติดต่อทางเพศสัมพันธ์   พบในผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี ปัจจัยเสี่ยงมีคู่นอนหลายคน  มีเพศสัมพันธ์ระหว่างมีประจำเดือน มีประวัติเคยเป็นมาก่อน โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาไม่ครบถ้วน สวนล้างช่องคลอดเป็นประจำ สอดใส่เครื่องมืออุปกรณ์ในช่องคลอด  เช่น การขยายปากมดลูก การขูดมดลูก การใส่ห่วงอาการ ปวดท้องน้อยข้างเดียวหรือสองข้าง  กดเจ็บบริเวณท้องน้อย  มีตกขาวเป็นหนองมีกลิ่นเหม็น  ปวดลึกๆ บริเวณท้องน้อยขณะมีเพศสัมพันธ์  มีเลือดออกจากช่องคลอดกะปริบกะปรอย  หากมีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษา หากไม่ได้รับการรักษาที่รวดเร็วจะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ  เช่น   ภาวะช็อค  เป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่สุด ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้  เกิดการติดเชื้อลุกลามเข้าไปในช่องท้อง  การกลับมาเป็นซ้ำสูง ภาวะปวดท้องน้อยเรื้อรัง ภาวะมีบุตรยาก ภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก

หูดหงอนไก่ (Condyloma Acuminata)

หูดหงอนไก่
เป็นติ่งเนื้อสีชมพูรวมกันเป็นก้อน คล้ายหงอนไก่  อาจมีจำนวนและขนาดที่แตกต่างกัน พบได้ที่บริเวณคอคอดของอวัยวะเพศชาย และที่แคมช่องคลอดและปากมดลูกของเพศหญิงซึ่งจะไม่มีอาการอะไร เว้นเสียแต่มีการฉีกขาด เลือดออก หรือติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ จึงทำให้เกิดการอักเสบเป็นหนองได้ สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัส ร้อยละ 90 เกิดจาก HPV types 6 และ 11 ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็ง ระยะฟักตัวของเชื้อไวรัส HPV นาน 1–6 เดือน อาการ ระยะเริ่มแรกที่ควรพบแพทย์ถ้าเป็นติ่งเนื้อสีชมพูงอกบานออกทางด้านนอกคล้ายหงอนไก่หรือดอกกะหล่ำ ในผู้ชายมักเป็นที่ด้านในของหนังหุ้มปลายองคชาต  ผู้ชายรักเพศเดียวกันพบรอบทวารหนัก  ผู้หญิงพบที่ปากช่องคลอด หูดชนิดแบนราบ พบที่ปากมดลูก ลักษณะแบนราบ ส่วนใหญ่เกิดจาก HPV 16 เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูก หูดชนิดกลุ่ม ลักษณะเป็นตุ่มขนาด 3 – 4 มม. สีน้ำตาลแดง ม่วง หรือดำ ผิวเรียบ หรือขรุขระเล็กน้อย หูดก้อนใหญ่ ลักษณะเป็นหูดขนาดใหญ่ที่โตเร็วมาก จนกลายเป็นก้อนใหญ่ปกคลุมอวัยวะเพศทั้งหมด  การรักษา มีทั้งทายา...

หูดข้าวสุก (Molluscum Contagiosum)

หูดข้าวสุก
เป็นเม็ดที่มีลักษณะเหมือนมีข้าวสุกอยู่ในผิวหนังของเรา ที่น้องๆ ชอบเข้าใจกันว่าเป็นสิวแต่รักษาไม่หายซักที ที่จริงมันคือ หูดข้าวสุก  ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ติดต่อได้ทางการสัมผัส เพศสัมพันธ์ รวมถึงการใช้อุปกรณ์หรือสิ่งแปลกปลอมสวมใส่อวัยวะเพศ  ระยะฟักตัว    มีระยะเวลาในการฟักตัวประมาณ 2-7 สัปดาห์หลังจากสัมผัสเชื้อ อาการ มีตุ่มนูนแข็งๆ ขนาดเล็ก ไม่เจ็บไม่คันหลายตุ่ม  ขนาดประมาณ 2-5 มม. โดยตุ่มเหล่านี้จะมีลักษณะพิเศษ คือ กลางตุ่มจะมีรอยบุ๋ม  นอกจากจะพบได้บริเวณอวัยวะเพศแล้ว อาจพบที่หัวหน่าว ผิวหนังบริเวณท้องน้อย  และขาหนีบ  ส่วนใหญ่จะหายได้เองภายใน 6-9 เดือน การรักษา การรักษาหูดข้าวสุกนั้นทำได้ไม่ยาก แต่หากไม่มารักษาจะทำให้ลุกลามไปทั่ว เพิ่มจำนวนขึ้นเป็นสิบๆ ได้ ทำให้รักษานานและยากยิ่งขึ้น

หนองในแท้

หนองในแท้
ช่วยด้วย! ทำไมฉี่แล้วแสบๆ โอ้ย..มีหนองออกจากปลายอวัยวะเพศด้วย อาการดังกล่าวเรียกว่าหนองในแท้  แต่น้องๆ อย่าเพิ่งกลัวเพราะสามารถรักษาให้หายขาดได้ อาการ อาการจะแสดงหลังรับเชื้อมา 2 - 5 วันผู้ชาย ปวดอวัยวะเพศ  มีหนองไหล ปัสสาวะลำบาก แสบขัด ไม่สุด  อาจปวด บวม แดงบริเวณอัณฑะ บางคนอาจไม่มีอาการเลย แต่สามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้ ผู้หญิง ระยะแรกไม่มีอาการ ต่อมาตกขาวเป็นหนองสีเหลือง มีกลิ่นเหม็น ไม่คัน  แสบร้อนเวลาฉี่ ฉี่สีขุ่น ถ้าปีกมดลูกอักเสบ จะมีไข้สูง หนาวสั่น  ปวด กดเจ็บตรงท้องน้อย บางคนอาจไม่มีอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้ ทางทวารหนัก หากมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก จะมีอาการคัน ระคายเคืองที่ทวารหนัก อาจมีเมือกใสๆ หรือหนอง ถ่ายอุจจาระลำบาก  ปวดเวลาเบ่งอุจจาระ  มีหนองปน บางรายมีถ่ายเหลวเป็นเลือดปนได้ ทางปาก มีอาการเจ็บคอ มีไข้สูง...