ส่องกระจกมองจิ๋ม : แปลกแต่ควรทำ (ให้คุ้นเคย)

ส่องจิ๋ม
การใช้กระจกส่องสำรวจดูอวัยวะเพศของตนเองนั้น เป็นวิธีการหนึ่งที่เราจะเรียนรู้จักร่างกายของเราได้ ในช่วงแรกๆ พวกเราคงจะลังเลและใช้เวลานานกว่าจะตัดสินใจทำได้ แต่เชื่อเถอะว่าพอได้ลองทำสักครั้งหนึ่งและคุ้นเคยแล้ว เราก็จะไม่รู้สึกเขินกับตัวเองอีกเลย และจะส่องดูในครั้งต่อๆ ไปด้วยความใส่ใจและเป็นห่วงสุขภาพของตัวเราเอง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการรักตัวเองนั่นเองโดยปกติ อวัยวะเพศหรือที่คนส่วนใหญ่มักเรียกกันว่า "ของลับ" นั้นคือส่วนที่เรามักจะไม่ค่อยสนใจหรือให้เวลากับมันน้อยมากเมื่อเทียบกับส่วนอื่นของร่างกาย แต่การหันมาให้เวลาและสังเกตดูอยู่บ่อยๆ จะช่วยให้เราสามารถสังเกตเห็นอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ และสามารถที่จะไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาได้ทันก่อนที่อาการผิดปกตินั้นจะลุกลามเป็นอันตรายต่อไป นี่เองคือเหตุผลสำคัญว่าทำไมเราจึงควร "ส่องกระจกมองจิ๋ม" ให้เป็นเรื่องคุ้นเคย

มดลูกกับไข่..หัวใจของความเป็นหญิง

ช่องคลอด
รู้จักอวัยวะเพศภายนอกกันไปแล้ว คราวนี้มารู้จักอวัยวะเพศภายในกันบ้าง ระบบสืบพันธุ์ส่วนภายในของผู้หญิง ประกอบด้วย รังไข่ ท่อนำไข่ และมดลูก ซึ่งจะมีขนาดโตขึ้นตามการเติบโตของร่างกายรังไข่ มีอยู่ 2 ข้างทางปีกซ้ายและขวาของท่อนำไข่ รังไข่จะทำหน้าที่สร้างไข่ และผลิตฮอร์โมนเพศหญิง ในแต่ละเดือน รังไข่แต่ละข้างจะสลับกันสร้างไข่ ไข่ที่สุกแล้วจะตกออกจากรังไข่และถูกพัดเข้าไปในท่อนำไข่เพื่อเดินทางไปฝังตัวที่ผนังมดลูกท่อนำไข่ เป็นท่อเล็กๆ ยื่นจากมดลูกไปยังรังไข่ ยาวประมาณ 10 ซม. ตรงปลายมีรูปร่างคล้ายนิ้วมือกางออก ไข่จะเคลื่อนตัวผ่านเข้ามาทางท่อนำไข่ ถ้ามีอสุจิเข้าไปในท่อจะเกิดการปฏิสนธิกันขึ้นในช่วงนี้ แล้วไข่ที่ถูกอสุจิผสมจะเคลื่อนไปฝังตัวที่มดลูกเพื่อเติบโตเป็นตัวอ่อน ส่วนไข่ที่ไม่ได้รับการผสมจะหลุดลอกออกไปพร้อมกับเยื่อบุด้านในของผนังมดลูกกลายเป็นประจำเดือนมดลูก ปกติแล้วจะมีขนาดโตเท่ากำปั้น เมื่อร่างกายเราโตขึ้นขนาดมดลูกก็จะโตตามไปด้วย มดลูกเป็นที่สำหรับใช้ฝังตัวของไข่และเลี้ยงตัวอ่อน (เมื่อไข่ผสมกับตัวอสุจิแล้ว) เพื่อเจริญเติบโตเป็นทารกในครรภ์ต่อไป

ระบบ (สืบพันธุ์) ภายใน..ต้องดูแลให้ดี

ช่องคลอด
 เพราะอวัยวะเพศของผู้หญิงนั้นมีร่องและรอยจีบย่นอยู่มาก เหงื่อไคล ปัสสาวะ และระดูขาว(ตกขาว) ที่ออกมาอาจติดอยู่ที่บริเวณอวัยวะเพศภายนอก หากไม่ได้ทำความสะอาดอย่างถูกต้อง อาจเกิดการหมักหมมและมีกลิ่นเหม็น หรือเกิดการอักเสบติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้นการรักษาความสะอาด จึงเป็นพื้นฐานของการป้องกันอาการผิดปกติในระบบสืบพันธุ์ได้เป็นอย่างดีในสภาวะปกติ- ผู้หญิงจึงควรหมั่นรักษาความสะอาดด้วยการชำระล้างอวัยวะเพศภายนอกด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งที่อาบน้ำ หรือ- ทุกครั้งหลังการถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะ ควรใช้น้ำล้างให้สะอาดแล้วใช้กระดาษชำระซับให้แห้งโดยเช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง จากอวัยวะเพศไปทางทวารหนัก เพื่อไม่ให้เชื้อโรคจากทวารหนักติดต่อมายังช่องคลอด- ควรใช้ชุดชั้นในที่แห้งและสะอาดไม่คับหรือหลวมจนเกินไปนอกจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่เกิดขึ้นกับเราเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นอย่างที่เล่าไปแล้วนี้ ยังมีสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กันด้วย และเป็นเหมือนสัญญานที่บ่งบอกว่าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังก้าวเข้าสู่วัยสาวแล้วนั่นก็คือ การมี "ประจำเดือน" นั่นเอง

ป.จ.ด.-ประจำเดือน : สัญญาณความสาว

ประจำเดือน
การมีประจำเดือนที่ผู้หญิงหลายคนมักจะเรียกหรือรู้จักกันว่า "เมนส์" หรือ "ระดู" มักเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ที่ทำให้ผู้หญิงมีรูปร่างและมีกลิ่นตัวเฉพาะที่แตกต่างไปจากผู้ชาย ทั้งนี้เนื่องมาจากสารที่ร่างกายสร้างขึ้นในผู้หญิงแตกต่างจากในผู้ชาย สารดังกล่าวนี้ยังส่งผลทำให้เกิดประจำเดือนในผู้หญิงด้วย          ปกติเด็กผู้หญิงจะมีประจำเดือนครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 11 - 15 ปี ประจำเดือนก็คือสิ่งที่ร่างกายไม่ได้ใช้งานแล้ว และถูกขับออกมาในรูปของเลือด จึงเรียกว่า เลือดประจำเดือน ซึ่งจะเกิดขึ้นเดือนละหนึ่งครั้งและไหลออกมาทางช่องคลอดซึ่งเป็นคนละช่องกันกับท่อปัสสาวะ ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีประจำเดือนทุก 28 วัน หรือคลาดเคลื่อนมากหรือน้อยกว่า 7 วัน และมักจะมีครั้งละ 3-7 วัน          การมีประจำเดือนครั้งแรก นอกจากจะเป็นสัญญานบอกถึงการก้าวย่างเข้าสู่วัยสาวแล้ว ยังหมายถึงว่าผู้หญิงคนนั้นสามารถตั้งท้องหรือมีลูกได้ เมื่อได้รับเชื้ออสุจิหรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายด้วย

ประจำเดือน…ใช่เลือดเสียหรือเปล่า

ประจำเดือน
ผู้หญิงเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยสาว รังไข่ทั้งสองข้างที่ติดกับมดลูกจะเจริญเติบโตเต็มที่และพร้อมที่จะผลิตไข่ออกมาทุกเดือน โดยปกติจะมีไข่ตกจากรังไข่เดือนละ 1 ฟองสลับกันเดือนละข้าง เมื่อไข่ตกจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ท่อนำไข่และไปฝังตัวที่ผนังมดลูก ซึ่งจะมีลักษณะหนาขึ้นเพราะสะสมสารอาหารต่างๆ เอาไว้สำหรับเลี้ยงตัวอ่อน หากไข่ไม่ได้ผสมกับเชื้ออสุจิ (ซึ่งอาจเป็นเพราะไม่ได้มีเพศสัมพันธ์ หรือมีเพศสัมพันธ์โดยมีการป้องกันการตั้งครรภ์) จะทำให้ผนังมดลูกนี้เกิดการหลุดลอกออกมาพร้อมกับไข่และจะมีเลือดปนออกมาด้วย เราเรียกว่า "ประจำเดือน"ประจำเดือนจึงไม่ใช่เลือดเสียที่ร่างกายขับถ่ายออกมาอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่มันกลับเป็นสิ่งที่บ่งชี้ให้เห็นว่า ระบบสืบพันธุ์ของเราทำงานเป็นปกติ รวมทั้งเป็นเครื่องบ่งชี้ให้รู้ว่าเราไม่ได้ตั้งท้องด้วยการเกิดประจำเดือนในแต่ละเดือนนั้น จะมีลักษณะเป็นวงจรดังรูปภาพข้างล่างนี้

เตรียมตัวให้ดีก่อนมีประจำเดือน

ผ้าอนามัย
- ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงขึ้นลงในแต่ละรอบเดือน จะมีผลทำให้อารมณ์ของผู้หญิงเปลี่ยนไปได้ง่าย อย่างเช่นในช่วงไข่ตก หญิงสาวอาจรู้สึกว่าตนเองมีพละกำลังเรี่ยวแรงแข็งขันมากขึ้น เซ็กซี่ขึ้น มีอารมณ์เพศสูงขึ้น ในช่วงที่ว่านี้ บางคนอาจกินจุ หงุดหงิดง่าย ขี้โมโห น้อยใจง่าย หรือจู่ๆ ก็เป็นพวกเจ้าน้ำตาโดยไม่มีสาเหตุ- นอกจากนี้ ก่อนที่รอบเดือนจะมา บางคนอาจมีอาการเจ็บหรือคัดตึงที่หน้าอก บางคนก็มีสิวขึ้นตามใบหน้าและท้องผูก การรับประทานผักผลไม้ให้มาก ลดปริมาณน้ำตาลและเกลือในอาหารลงบ้างจะช่วงให้อาการข้างต้นบรรเทาลง และการออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ช่วยได้มากทีเดียว- ก่อนการมีประจำเดือนอาจมีอาการตกขาวหรือมูกใส (ไม่มีอาการคัน) ไหลออกมาจากช่องคลอด ไม่ต้องตกใจเพราะเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ- ช่วงที่มีประจำเดือนอาจมีอาการปวดท้องน้อยได้ อาการดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเนื่องจากมีเลือดคั่ง หรือมีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อมดลูกในระหว่างมีประจำเดือน เราสามารถลดอาการปวดนี้ได้ด้วยวิธีการง่ายๆ คือ กินยาแก้ปวดเช่น พาราเซตามอล เพื่อบรรเทาอาการปวด ประคบด้วยการวางถุงน้ำอุ่นบริเวณหน้าท้อง นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้สบาย และอาจออกกายบริหารหรือเล่นกีฬาเบาๆ- ที่สำคัญเราสามารถป้องกันการปวดประจำเดือนโดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้ามีอาการปวดประจำเดือนมากถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อหรือปวดมากขึ้น รุนแรงขึ้น ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติโดยด่วน

สะอาด มั่นใจ ในวันนั้นของเดือน

เมนส์มา
หากผู้หญิงสังเกตการเปลี่ยนแปลงของระบบสืบพันธุ์ของตนเองในรอบ 1 เดือน จะพบว่ามีความเปลี่ยนแปลงที่เป็นวงจร โดยเริ่มจากประจำเดือนมาและหมดไป ต่อมาไข่จะตกมาใหม่ และเมื่อไข่ไม่ได้ผสมกับอสุจิ ประจำเดือนก็จะเกิดขึ้นมาอีก เป็นเช่นนี้วนเวียนกันไปเป็นวงจรนานรอบละประมาณ 28 วัน ดังภาพข้างล่างนี้          ระหว่างมีประจำเดือนควรจะเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 3-4 ชั่วโมงและทำความสะอาดอวัยวะเพศภายนอก เพื่อป้องกันการหมักหมมและกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทั้งนี้ เพราะเลือดประจำเดือนที่ออกมา..ซึ่งบางครั้งออกมาเป็นก้อนๆ... มักจะมีกลิ่นเมื่อสัมผัสกับอากาศภายนอก

ตกขาว..ไม่ต้องตกใจ

ตกขาว
อาการตกขาว อาจเกิดขึ้นในช่วงกลางของวงจรนับจากวันที่มีประจำเดือน หรือเป็นช่วงที่มีการตกไข่ หรือเกิดขึ้นหลังประจำเดือนหมดใหม่ๆ โดยจะมีลักษณะขุ่นและหนืดเล็กน้อย จากนั้นจะค่อยๆ ใสและลื่นขึ้นเป็นลำดับ หรือหากเกิดขึ้นหลังจากช่วงนี้ไปแล้ว ตกขาวจะลดลงแต่จะขุ่นและข้นขึ้น ตกขาวลักษณะดังกล่าวเป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นกับผู้หญิง การทำความสะอาดอวัยวะเพศภายนอกจึงควรทำไปตามปกติโดยการล้างด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็นข้อควรระวัง หากเกิดอาการตกขาวที่มีลักษณะข้น มีกลิ่นเหม็น หรือมีอาการคันร่วมด้วย อาจเกิดจากการติดเชื้อโรคที่เกิดขึ้นทั่วๆ ไป อันมีได้หลายสาเหตุ เช่น จากกางเกงในที่ขึ้นราเพราะความอับชื้น หรือซักแล้วไม่ได้ผึ่งในที่แสงแดดส่องถึง การใช้สบู่ที่มีน้ำหอม การใส่กางเกงยีนส์รัดรูป หรือจากการมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด เราควรจะต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาโดยเร็ว เพราะหากปล่อยเอาไว้นานหรือปกปิดไว้เพราะรู้สึกอาย อาการผิดปกตินี้อาจลุกลามจนทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายตามมามากขึ้นได้

สวนล้างช่องคลอด..จำเป็นไหม?

จิ๋ม
การสวนล้างช่องคลอดหรือบริเวณภายในอวัยวะเพศ เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น เพราะในช่องคลอดของผู้หญิงจะมีสารชนิดหนึ่งที่เป็นปราการป้องกันมิให้เชื้อโรคอื่นๆ เข้าไปในช่องคลอดอยู่แล้ว และการสวนล้างช่องคลอดบ่อยๆ โดยใช้น้ำยาต่างๆ ที่โฆษณาขายกันทั่วไป นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้วยังอาจเป็นอันตรายต่อผนังช่องคลอดซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่ละเอียดอ่อนบอบบางอีกด้วย เพราะน้ำยาจะทำลายสารที่คอยป้องกันเชื้อโรคในช่องคลอด รวมทั้งอาจทำให้เกิดแผลในช่องคลอดที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้นด้วย ดังนั้นการทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศจึงควรทำเฉพาะส่วนอวัยวะเพศภายนอกด้วยน้ำและสบู่ ก็ถือเป็นการรักษาความสะอาดที่เพียงพอต่อการป้องกันอาการผิดปกติในระบบสืบพันธุ์แล้ว

หนุ่มน้อย..กับร่างกายของผม

หนุ่มน้อย
เด็กผู้ชายจะเข้าสู่วัยรุ่นช้ากว่าเด็กผู้หญิง 2-3 ปี คืออายุประมาณ 13-14 ปี เมื่อก้าวเข้าสู่วัยหนุ่ม ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเพศชายขึ้น นำไปสู่การปรับเปลี่ยนของรูปร่างภายนอกอย่างขนานใหญ่ไม่แพ้ผู้หญิงเหมือนกัน นั่นคือ เด็กผู้ชายจะมีความสูงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บริเวณไหล่และหน้าอกจะขยายออกอย่างที่เขาเรียกกันว่า "อกสามศอก" นอกจากนี้เสียงจะแตกพร่า มีขนขึ้นตามที่ต่างๆ เช่น อวัยวะเพศ รักแร้ หน้าอก และบริเวณขา เป็นต้น