วันแห่งความรัก

วันวาเลนไทน์
วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ ก้องตื่นเช้าเป็นพิเศษ พร้อมด้วยดอกกุหลาบที่ตัดมาจากกระถางหน้าบ้าน “โอ้โห ดอกกุหลาบหลายดอกเลยนะเรา จะเอาไปทำอะไรลูก” “อ้าว! ก็วันนี้วันวาเลนไทน์นี่ครับพ่อ” “วาเลนไทน์สำคัญอย่างไรเหรอลูก” “ก็เป็นวันแห่งความรักไง วันนี้เขาจะแจกดอกกุหลาบกัน เพื่อบอกว่าเรารักใครใครรักเรา สนุกดีครับพ่อ” “รักแบบไหนลูก” “แบบแอบชอบแอบปิ๊งใครแบบแฟนไงพ่อ แต่ของก้องให้เพื่อนๆที่สนิทมากกว่า เรื่องรักแบบแฟน ก้องไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่” “ไม่ค่อยสนใจแสดงว่ามีบ้างใช่ไหมล่ะ” “ก็ประมาณนั้นแหละครับพ่อ” “ที่จริงพ่อก็เข้าใจนะและไม่ได้ว่าอะไรหรอกลูก แต่ขออย่าให้มันเลยเถิดไปพ่อเห็นหลายคนเอาวันวาเลนไทน์เป็นวันของการมีเพศสัมพันธ์” “ก้องเป็นผู้ชายคงไม่ได้ไปเสียกับใครแน่พ่อ” “ผู้ชายนั่นแหละตัวดีเลยลูก ในเรื่องความรักผู้ชายกับผู้หญิงจะต่างกัน ผู้หญิงจะมีความพอใจและอบอุ่นกับการได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่รัก แต่ผู้ชายนอกจากความใกล้ชิดแล้ว จะก้าวต่อไปถึงความรู้สึกเรื่องเพศ และพยายามที่จะรุกล้ำไปสู่การ มีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิง สุดท้ายก็จะอาจส่งผลตามมาได้ เช่น ผู้หญิงเกิดการท้องไม่พร้อม หาทางออกด้วยวิธีที่ไม่ปลอดภัย สู่การทำแท้งเถื่อน หรือบางคนอาจติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันและHIVได้” “แหมเดี๋ยวนี้รณรงค์เรื่องถุงยางอนามัยออกบ่อยไปพ่อ อย่างที่เขาโฆษณายืดอก พกถุง” “ทำเป็นพูดดีไป รู้ไหมเวลาที่ผู้ชายมีความรู้สึกทางเพศนั้น สติปัญญาความรับผิดชอบชั่วดีมันอาจจะขาดหายไปชั่วขณะ บางทีก็ประมาทจนละเลยเรื่องถุงยางอนามัย เกิดเป็นปัญหาสังคมอยู่เต็มไปหมดที่สำคัญสถิติการติดเชื้อHIVในวัยรุ่นเริ่ม สูงขึ้นทุกทีนี่ยังไม่รวมถึงปัญหาด้านกฎหมายถ้าหากทางผู้ปกครองฝ่ายหญิงไปแจ้งความดำเนินคดีนะลูก” “ติดคุกเลยหรือครับพ่อ” “ใช่ลูก ถ้าจะทำอะไรล่ะก็ขอให้คิดดีๆ และถ้าให้ดีที่สุดหาความรู้เรื่องเพศศึกษาไว้ อารมณ์และความต้องการทางเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่อยู่ที่เราจะจัดการในแบบไหน มีความรับผิดชอบและไม่กระทบกับใคร  มีความคิด ความพร้อมทางด้านร่างกาย รู้จักการปฏิเสธและการต่อรองกับคู่ได้ มีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อพร้อมแต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของการป้องกันให้ปลอดภัย ทั้งเรื่องการตั้งครรภ์และการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และHIVนะลูก” “วันวาเลนไทน์นะพ่อไม่ใช่วันพระ พ่อเทศน์เสียยาวเลย” “วันวาเลนไทน์เป็นวันแห่งความรัก แต่ของเราซึ่งเป็นคนไทย วันแห่งความรักของเรามีทุกวัน เหมือนตอนที่เราสวดมนต์แล้วแผ่เมตตา...

สังคัง

สังคม
ผมเป็นหนุ่ม...แล้วนะ ตอน "สังคัง" “เดี๋ยวนี้ทำไมแต่งตัวนานจังเลยลูก แล้วนั่นอะไร แหม! พกหวีไปโรงเรียนด้วย” “ช่างเถอะแม่ก้องเริ่มเป็นหนุ่มแล้วก็ต้องหล่อเป็นธรรมดา” พ่อช่วยพูด “แต่แม่ว่าเรื่องความหล่ออาจจะเป็นรองเรื่องความสะอาดนะ เพราะเด็กที่เริ่มโตเป็นหนุ่มจะมีกลิ่นตัวกลิ่นเหงื่อแตกต่างไปจากเด็ก ควรอาบน้ำเช้าเย็นและหายาระงับกลิ่นเหงื่อ หรือสารส้มมาใช้บ้าง” แม่พูดปนสอน “เสื้อผ้าก็อย่าหมักหมม โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุดชั้นในต้องเปลี่ยนทุกวัน ซักแล้วก็ต้องตากแดดจัดๆ เพราะไม่อย่างนั้นโรคผิวหนังมาเยือนแน่ๆ เคยได้ยินคำว่าโรคสังคังไหม” พ่อเสริม “สังคังคืออะไรครับพ่อ” ก้องซัก       สังคัง(Tinea cruris)เป็นโรคเชื้อราชนิดหนึ่ง  มักเป็นบริเวณขาหนีบใกล้ๆ กับอวัยวะเพศ เจ้าสังคังนี้เกิดขึ้นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่สังคังมักเกิดกับผู้ชายมากกว่า เพราะผู้ชายจะมีเหงื่อออกระหว่างวันในการทำกิจกรรม เช่น เล่นกีฬา นอกจากนี้ผู้ชายที่ชอบใส่กางเกงยีนส์ผ้าหนาๆ เป็นเวลาหลายๆวันซ้ำๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุทำให้เกิดความอับชื้น อากาศระบายเข้า-ออกไม่ดีทำให้เกิดการหมักหมม ถ้าไม่มีการดูแลรักษาเรื่องความสะอาดอย่างเพียงพอก็จะทำให้เกิดมีเชื้อราที่ขาหนีบหรือเป็นสังคังได้ง่าย “มันจะมีอาการยังไงหรอครับพ่อ” จะเป็นผื่นแดง มีขอบชัดเจนเหมือนวงแหวน มีสะเก็ดลอกขุยที่ขอบวงแหวน ถ้าเป็นมากก็จะขยายเป็นวงกว้างบางครั้งอาจไม่เห็นเป็นวงแหวนแต่ก็จะเป็นผื่นสีแดงที่มีขอบชัดเลยลูกทำให้รู้สึกรำคาญอยู่นิ่งไม่ได้ต้องเกาอยู่ตลอดเวลา ยิ่งเกายิ่งคันจนอาจทำให้ผิวหนังถลอกทำให้ทั้งคันและแสบผสมกันเลยล่ะ “ขอบคุณครับพ่อ ก้องจะดูแลรักษาความสะอาดแบบที่พ่อกับแม่บอกนะครับ ”   ข้อมูลประกอบ : พื้นที่วัยใส เข้าใจเรื่องเพศ/คู่มือวัยรุ่น กรมอนามัยและ นิตยสารใกล้หมอปีที่ 23 ฉบับที่10

ร่างกายของเราเมื่อเข้าวัยหนุ่ม

ร่างกายวัยรุ่น
เช้าอีกวันที่ก้องได้คุยกับพ่อก่อนไปโรงเรียน และยังคงสงสัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง  มันเป็นเรื่องธรรมชาติ เมื่อผู้ชายเริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มจะมีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย “อะไรเปลี่ยนครับพ่อ” ก้องถามด้วยความอยากรู้ “อ้าว! ก้องไม่สังเกตเหรอว่า เสียงของก้องดูแตกๆ” “ฮัลโลๆๆๆๆๆ เทสๆๆๆ หนึ่ง สอง สาม” ก้องลองเปล่งเสียง “แล้วเมื่อสองสามเดือนก่อน พ่อจำได้ว่าก้องบ่นรู้สึกเจ็บที่ตรงนมสองข้าง” ก้องนิ่งทบทวน “ใช่ครับพ่อ ที่พ่อบอกว่านมแตกพาน ใช่ไหมครับ” "ใช่ลูก การที่ฮอร์โมนเพศชายในร่างกายเริ่มทำหน้าที่กระตุ้นให้อวัยวะต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงเจ้าฮอร์โมนเพศนี้จะกระตุ้นให้โครงสร้างร่างกายภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างนอกจากเสียง การเจ็บของเต้านม ก็ยังมีหนวดเคราเริ่มเกิดขึ้น มีขนหน้าแข้ง ขนรักแร้ ขนที่บริเวณอวัยวะเพศ บางคนอาจจะมีขนที่หน้าอกด้วย ลูกกระเดือกที่คอก็จะเริ่มโตขึ้น “โครงสร้างของร่างกายจะเริ่มเป็นผู้ชายมากขึ้นโดยจะมีกล้ามเนื้อโตขึ้น เช่นกล้ามเนื้อตามแขนขา กล้ามเนื้อ หน้าอก ไหล่จะกว้างขึ้น ถ้ากินอาหารที่มีคุณค่าครบถ้วนและออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็จะสูงหรือมีกล้ามเนื้อเป็นก้อนแข็งมากขึ้น” “แต่งตัวเสร็จหรือยังก้อง เดี๋ยวไปโรงเรียนสาย” “เสร็จแล้วครับแม่” เสียงก้องตะโกนบอกแม่ แต่ก้องยังยืนบิดอยู่หน้ากระจก ดูเสื้อผ้าและทรงผมของตัวเองก่อนที่จะวิ่งลงไปชั้นล่าง ยืนทำท่าหล่อต่อหน้าแม่ ก่อนที่จะไปโรงเรียนเหมือนทุกๆวัน     ผมเป็นหนุ่ม...แล้วนะ ตอน การเปลี่ยนแปลงของเราเมื่อเข้าวัยหนุ่ม

ฝันเปียก

ฝันเปียก
ผมเป็นหนุ่ม...แล้วนะ  ตอน ฝันเปียก ภาพของหญิงสาววัยรุ่นในชุดนอนบางเบาที่เดินเข้ามาามาห้องนอน ทำให้ก้องมองอย่างตกตะลึง ร่างกายเหมือนถูกสาปให้หยุดนิ่งดั่งก้อนหิน หญิงสาวผู้มาเยือนในยามค่ำคืนจงใจปล่อยให้แขนเสื้อข้างหนึ่งหลุดลงมา เพื่อโชว์ไหล่ที่ขาวนวลเนียน พร้อมเดินเข้ามาหาก้องแล้วทิ้งตัวลงนอนแนบข้าง ทันใดฝนก็สาดเข้ามาทางหน้าต่างพร้อมเสียงฟ้าร้องดังสนั่น ก้องสะดุ้งตื่น “โอ๊ยฝันไปเหรอเนี่ย นึกว่าฝนตกจริง” ก้องลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปเข้าห้องน้ำ ทำกิจวัตรตามปกติ “เอ้ยอะไรหว่า”ก้องก้มมองดูเป้ากางเกงของตัวเองที่เปียกโชก “ตายแล้วเราฉี่รดกางเกง” ก้องเอามือที่จับน้ำขึ้นมองดู “เอ...ทำไมกลิ่นมันไม่เหมือนฉี่เลยลื่นๆ ด้วย” ก้องนิ่งแล้วคิดทบทวนถึงเรื่องราวในฝัน “หรือว่า ฝันเปียก ตายๆๆๆ ตายแน่เรา จะเอาหน้าไปไว้ไหนเนี่ยนอนฝันเปียก” ที่หลังบ้าน ก้องถือกางเกงชุดนอนค่อยๆย่องลงมาที่ลานซักผ้าหลังบ้าน ขณะที่สอดส่ายสายตามองดูว่าจะมีใครอยู่แถวนั้นหรือไม่ แต่แล้วเท้าก็ไปเตะด้ามไม้กวาดล้มไปฟาดกับกาละมังเสียงดังโครมคราม “ทำอะไรลูก” เสียงพ่อดังขึ้น พร้อมกับการเดินเข้ามาของพ่อ “เอ้า! แล้วนั่นจะเอากางเกงไปไหนล่ะ” “คือก้องจะเอาไปซักครับ” “ซักกางเกง” พ่อทวนคำแล้วทำหน้าสงสัย “อ้าวก็ทุกทีก็ใส่ตะกร้าแล้วซักวันเสาร์ไม่ใช่เหรอ” ก้องเห็นว่าคงปิดพ่อได้ยากเลยเล่าเรื่องราวให้พ่อฟัง พ่อยิ้มอย่างอารมณ์ดี “มันเป็นเรื่องธรรมชาติลูก เมื่อผู้ชายเริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มจะมีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย” “แล้วทำไมต้องฝันถึงจะเปียกล่ะครับ” ก้องรีบถามต่อ “นึกแล้วว่าต้องถาม ดีนะเนี่ยที่พ่อเคยค้นหาคำตอบเอาไว้ก่อน ธรรมชาติสร้างให้มนุษย์รู้จักเรื่องของการสืบพันธุ์อยู่แล้ว พอลูกโตมาลูกก็เริ่มรู้จักผู้หญิงและเห็นความสวยงามของผู้หญิง สมองจะเก็บภาพเหล่านั้นไว้แล้วสร้างเป็นภาพในฝัน เพื่อกระตุ้นความรู้สึกทางเพศให้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ บางที่ลูกอาจจะเคยดูละครหรือภาพยนตร์ที่มีบทของพระเอกนางเอกแสดงความรักกัน หรือได้ยินเรื่องราวเหล่านี้ สมองก็จะเก็บมาเป็นความฝัน เป็นสื่อกระตุ้นตามธรรมชาติให้มีการหลั่งระบายน้ำอสุจิออกมาในเวลาที่เราหลับไง” “ไอ้เจ้าอสุจิที่ฝันเปียกออกมาจะเป็นอันตรายไหมครับ” ก้องไม่วายที่จะมีคำถาม “อ๋อ ไม่อันตรายหรอกลูก ไม่ต้องกังวล แล้วก็คิดเสียว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติไม่ผิดปกติแต่อย่างใด แต่พ่อว่าก้องซักกางเกง แล้วรีบแต่งตัวไปโรงเรียน เอาไว้วันหลังคุยกันอีกนะ...

​เลิฟแคร์ ณ วันนี้ และวันหน้า

เลิฟแคร์ปีนี้
การทำงานด้านเพศกับวัยรุ่นยังคงไม่จบสิ้นลงง่ายๆ จนกว่าจะมีการทำลายวังวนแห่งความไม่รู้ลง ด้วยการสร้างระบบการเรียนรู้เรื่องเพศให้ครอบคลุมรอบด้าน เพื่อให้ความรู้ในวัยที่เหมาะสม โดยคนที่ได้รับการฝึกฝน ถ่ายทอดด้วยวิธีที่เหมาะกับเรื่องที่เรียน ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องรอบด้าน เพื่อสร้างวัยรุ่นที่รู้รอบเรื่องเพศ ให้เติบโตเป็นประชากรรุ่นใหม่ ที่จะแก้ไขปัญหาทางเพศที่สั่งสมมาตั้งแต่มนุษย์ได้ถือกำเนิด และนี่แหละคือการสิ้นสุดวงจรความทุกข์อย่างถาวร อาจจะเป็นเหมือนความฝัน แต่เป็นเป้าหมายของชีวิต ที่อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างระบบการเรียนรู้เรื่องเพศให้ครอบคลุมในระดับสถานศึกษา สร้าง “มนุษย์” ที่เต็มพร้อมบริบูรณ์ และยังเปี่ยมล้นจนสามารถเผื่อแผ่ไปยังคนรอบข้างได้ แม้จะเป็นแค่เสี้ยวเล็กๆ เหมือนกับที่ Lovecare Station ได้เริ่มต้น แต่ ณ วันนี้ ได้เพิ่มจำนวนจุดในแผนที่ประเทศไทยขึ้นจาก ๑ เป็น จำนวนทวีคูณ ภายในระยะเวลาไม่มาก แม้วันนี้การทำงานยังคงไม่สิ้นสุด จนกว่าจะสามารถผลักดันเข้าสู่ระบบได้อย่างถาวร แต่อย่างน้อยก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว รักประเทศไทยค่ะ โดย : เป็ดน้อยลอยน้ำ

เลิฟแคร์ Chat อะไร และทำไมต้อง Chat?

เลิฟแคร์แชทคืออะไร
เลิฟแคร์ Chat อะไร และทำไมต้อง Chat? ในการให้บริการหลักๆ ๔ อย่างของเลิฟแคร์ คือ เวบไซต์ ห้องแชต call center และคลีนิก จะเห็นได้ชัดว่าส่วนที่มีความเคลื่อนไหวมากที่สุดก็คือ ห้องแชต ทั้งนี้ก็เพราะห้องแชตมีคุณสมบัติที่เอื้อต่อการมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดและโดยตรงที่สุด โดยที่กลุ่มเป้าหมายก็ไม่ต้องเปิดเผยชื่อ รายละเอียด หรือสิ่งแสดงตัวตนใดๆ เลย ในห้องแชตมีใครบ้าง ถ้าเข้าห้องแชต จะพบกับคนสองกลุ่ม คือ เจ้าหน้าที่ และผู้รับบริการ สิ่งที่บ่งบอกสถานะของผู้ดูแลห้องแชต(ในทางระบบไอที) ก็คือ เจ้าหน้าที่จะมีชื่อนิกเนมเป็นตัวอักษรสี แสดงสถานะว่าเป็นผู้ดูแลห้องแชต ส่วนชื่อนิกเนมของผู้รับบริการจะเป็นตัวอักษรสีดำ แต่ในจำนวนแขกที่มาใช้บริการนั้น มีบางส่วนที่เปลี่ยนสถานะจากผู้มาใช้บริการกลายมาเป็นผู้ให้บริการ เราเรียกคนกลุ่มนี้ว่าอาสาสมัครค่ะ กลุ่มนี้แหละที่น่าสนใจมากที่สุด ....เพราะอะไรเหรอคะ....ถ้าอยากทราบก็ลองมาเปิดห้องแชตดูเลยค่ะ เปิดห้องแชต : จากใจคนในห้องแชต “ทำงานมา ตั้งแต่เดือน กรกฏา ปี ๕๒ ค่ะ ได้เข้ามาก็เพราะมีผู้ใหญ่ใจดีให้โอกาส และก็ชอบสโลแกน “รับฟัง เข้าใจ ไม่ตัดสิน”...

Love Care Station เลิฟแคร์ กล้ารักกล้าเช็ค

“พี่คะ หนูจะท้องไม๊” “พี่พยาบาลคะ หนูมีตกขาว” “ถ้าแฟนผมเริ่มทานยาคุมเดือนนี้ แล้วจะเลิกใช้ถุงยางได้เลยไหมครับ” “เดือนนี้ประจำเดือนยังไม่มาเลยค่ะ” “ผมไปเสี่ยงมา จะติดเอดส์ไม๊” “ผมเป็นหนองในครับ จะทำยังไงดี” ในห้องแชตเลิฟแคร์ สารพัดคำถามเรื่องเพศของวัยรุ่นมีให้ได้ยิน ได้ตอบกันทุกวัน ฟังไปฟังมาก็วนๆ เรื่องเดิม ปัญหาเดิมๆ คำถามเดิม คำตอบเดิม ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย กี่สิบปีของการทำงานด้านเพศ การเฝ้ามองห้องแชตทำให้ฉันมองเห็นความจริงอีกอย่าง คือ วัยรุ่นของเราเข้าสู่วังวนปัญหาเหล่านี้ทุกวัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนหนังที่ฉายซ้ำแต่เปลี่ยนคนแสดง เปลี่ยนสถานที่ เริ่มต้นด้วยบทสนทนาเดิม อารมณ์เดิมๆ (ก็อารมณ์กลัวและเครียดน่ะ) ........และฉันก็พบอีกว่าไม่เคยมีวันไหนที่ห้องแชตห่างหายจากการฉายหนังซ้ำเลย Love Care Station คืออะไร ทำอะไร และเพื่อใคร “โครงการเลิฟแคร์ “กล้ารัก กล้าเช็ค” เป็นความร่วมมือกับคลินิกเอกชนภายใต้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และศูนย์บริการสาธารณสุข ๓, ๔ และ ๙ สังกัดของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร รวมทั้งหมด ๑๔ แห่ง ภายใต้ชื่อคลินิกร่วมกันว่า “Love Care Stations” เพื่อร่วมกันจัดบริการด้านสุขภาพทางเพศ ที่เป็นมิตรกับวัยรุ่น โดยให้การตรวจ รักษาเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เอดส์ การคุมกำเนิด และตรวจมะเร็งปากมดลูก โดยเน้นให้บริการกับกลุ่มวัยรุ่นอายุ ๑๒-๒๔ ปี ที่มีวิถีชีวิตที่เสี่ยงต่อการเผชิญปัญหาด้านสุขภาพทางเพศ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และเอดส์ เริ่มในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อกลางปี ๒๕๕๑ และเริ่มขยายบริการอีก ๓ จังหวัด คือ นครสวรรค์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ในปี ๒๕๕๒" (ที่มา www.lovecarestation.com , ๙ มิถุนายน ๒๕๕๔) ตรงนี้หลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องเพื่อวัยรุ่น และทำไมต้องครบวงจร จะขอตอบคำถามแรกก่อน ด้วยการย้อนเวลาให้ทุกท่านกลับไปในวัยรุ่นอายุประมาณ ๑๔ ปี ถึงยี่สิบต้นๆ ตอนนั้นชีวิตและประสบการณ์ทางเพศของทุกท่านน่าจะเริ่มต้นแล้ว มากบ้างน้อยบ้าง ก่อนหรือหลังจากนั้นบ้าง แต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ทุกคนประสบเหมือนๆ กันก็คือ ความกังวล ความไม่รู้ และรู้สึกว่าเป็นสิ่งต้องห้าม (ไม่ใช่ห้ามทำนะ แต่ห้ามบอกใครโดยเฉพาะ ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ....และทุกคนที่เป็นผู้ใหญ่นั่นแหละ!!!) แล้วสมมติถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาจากเรื่องเพศสัมพันธ์ คุณจะทำยังไง เช่น สมมติติดโรคล่ะ สมมติท้องล่ะ หรือแม้แต่ตอนที่พบว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับตัวเอง เช่น มีผื่น มีหนอง มีกลิ่น คัน แสบ เจ็บ หรือประจำเดือนผิดปกติ คุณในตอนเป็นวัยรุ่น รู้สึกอย่างไร และแก้ปัญหาอย่างไร? และถ้าสมมติว่าอาการมันหนักมากจนคิดว่าต้องไปหาหมอแล้ว คุณในตอนเป็นวัยรุ่นจะกล้าไปหาหมอไม๊ ....... ลองคิดในมุมของวัยรุ่นนะคะ เขาจะคิดแบบนี้... ...ถ้าไปแล้วแม่จะรู้หรือเปล่า แล้วแม่จะคิดยังไง ต้องคิดว่าเรามีเพศสัมพันธ์แน่ๆ แม่ต้องฆ่าเราแน่ งั้นจะทำยังไงดี ให้แม่รู้ไม่ได้เด็ดขาด พ่อเราด้วย พ่อแม่เราหัวโบราณมากนะ....บลา บลา บลา และถ้าต้องไปหาหมอก็จะคิดว่า ....จะต้องเปิดให้หมอดูด้วยหรือเปล่า? ไม่ๆๆๆ ให้ตายก็ไม่มีทาง!!...เรื่องโรคอายหมอนี่แม้แต่ผู้ใหญ่ยังเป็นเลย ซึ่งส่วนใหญ่อาการอายนี้อาจจะหนักกว่าอาการป่วย จนกว่าอาการป่วยจะหนักกว่าอาการอายน่ะแหละ ถึงจะยอมไปพบหมอ ต่อจากนั้นก็คือคำถามที่สอง ทำไมต้องครบวงจร? สมมติถ้าเกิดคุณในตอนเป็นวัยรุ่นกล้าไปหาหมอ หรือแอบผู้ปกครองไปเจอหมอได้ ถ้าคุณเจอหมอและพยาบาลที่น่ารักและเข้าใจวัยรุ่นในฐานะผู้ป่วยก็โชคดีไป(ซึ่งแบบนี้มันมีไม่เยอะหรอก) ในทางกลับกันที่พบบ่อยๆ ก็คือผู้ให้บริการสาธารณสุขแบบ “ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจวัยรุ่น” ที่ใช้คำพูด คำถาม และให้การบริการในทางดุด่า ดูหมิ่น เสียดสี กระทบกระทั่ง จนคุณไม่สามารถทนรับกับ “การบริการที่ไม่เป็นมิตร” แบบนี้ได้ สุดท้ายคุณจึงตัดหนทางตัวเองด้วยการไม่ไปหาหมอใดๆ ทางออกของปัญหาสุขภาพทางเพศในวัยรุ่นจึงยิ่งตีบตันเข้าไปอีก!!! เมื่อเกิดปัญหาโลกแตกขึ้นในหัวใจดวงน้อยๆ และชีวิตที่อ่อนเยาว์ และพวกเขาไม่สามารถหาทางออกได้เลย เลิฟแคร์จึงเกิดขึ้นเพื่อหาทางออกให้กับปัญหานี้ :) บริการของเลิฟแคร์ มีเวบไซต์ www.lovecarestation.com สำหรับให้ความรู้ง่ายๆ สั้นๆ สำหรับวัยรุ่น และมีรายละเอียดการให้บริการ รวมทั้งมีห้องแชต และบริการฝากคำถามในเวบ และกรณีต้องการพูดคุยสดๆ ก็มี call center ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้บริการทั้งความรู้ ข้อเท็จจริง และให้คำปรึกษาแก่วัยรุ่นที่ต้องการคนที่จะตอบคำถามที่คาใจ ปัญหาทางเพศทุกปัญหาที่บอกใครไม่ได้ และหากเป็นกรณีการเจ็บป่วยทางกายที่ต้องพบแพทย์ ก็สามารถส่งต่อไปยังคลีนิกที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งมีทั้งของรัฐและเอกชน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในโครงการจะมีเจตคติที่เป็นมิตรกับวัยรุ่น ที่สำคัญคือ บริการฟรีแก่วัยรุ่นและปิดเป็นความลับด้วย (คล้ายๆคลีนิกนิรนาม) บริการตรวจHIV ตรวจภายใน ตรวจมะเร็งปากมดลูก รักษาโรคติดต่อทางเพศ ปรึกษาการคุมกำเนิด ฯลฯ ฟรี!!!! อยากกลับไปเป็นวัยรุ่นเนอะ โดย : เป็ดน้อยลอยน้ำ
“พี่คะ หนูจะท้องไม๊” “พี่พยาบาลคะ หนูมีตกขาว” “ถ้าแฟนผมเริ่มทานยาคุมเดือนนี้ แล้วจะเลิกใช้ถุงยางได้เลยไหมครับ” “เดือนนี้ประจำเดือนยังไม่มาเลยค่ะ” “ผมไปเสี่ยงมา จะติดเอดส์ไม๊” “ผมเป็นหนองในครับ จะทำยังไงดี” ในห้องแชตเลิฟแคร์ สารพัดคำถามเรื่องเพศของวัยรุ่นมีให้ได้ยิน ได้ตอบกันทุกวัน ฟังไปฟังมาก็วนๆ เรื่องเดิม ปัญหาเดิมๆ คำถามเดิม คำตอบเดิม ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย กี่สิบปีของการทำงานด้านเพศ การเฝ้ามองห้องแชตทำให้ฉันมองเห็นความจริงอีกอย่าง คือ วัยรุ่นของเราเข้าสู่วังวนปัญหาเหล่านี้ทุกวัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนหนังที่ฉายซ้ำแต่เปลี่ยนคนแสดง เปลี่ยนสถานที่ เริ่มต้นด้วยบทสนทนาเดิม อารมณ์เดิมๆ (ก็อารมณ์กลัวและเครียดน่ะ) ........และฉันก็พบอีกว่าไม่เคยมีวันไหนที่ห้องแชตห่างหายจากการฉายหนังซ้ำเลย Love Care Station คืออะไร ทำอะไร และเพื่อใคร “โครงการเลิฟแคร์ “กล้ารัก กล้าเช็ค”  เป็นความร่วมมือกับคลินิกเอกชนภายใต้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และศูนย์บริการสาธารณสุข ๓, ๔ และ ๙ สังกัดของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร รวมทั้งหมด ๑๔ แห่ง ภายใต้ชื่อคลินิกร่วมกันว่า...