สิ่งดีๆในเรื่องแท้ง

สิ่งดีๆในเรื่องทำแท้ง
เมื่อวานเป็นวันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2551 เป็นวันหลังวันวาเลนไทน์ ซึ่งเมื่อคืนคงเป็นวันพิเศษสำหรับใครหลายๆคนตามสมัยนิยม ผมหมายความว่า อาจจะเป็นวันเปิดซิง วันดูดดื่ม วันแตกหัก วันเตียงสั่น และอีกหลายๆอย่างตามแต่พฤติกรรมของเขาเหล่านั้น แต่ที่แน่ๆก็คือว่า อีกราวๆหนึ่งหรือสองเดือนจากนี้ไป ร้านขายยาคงขายแถบตรวจปัสสาวะหาการตั้งครรภ์กันจ้าละหวั่นเชียว เพราะว่าส่วนหนึ่งก็จะขาดระดู ส่วนหนึ่งก็นมตึง ส่วนหนึ่งก็อ๊วก นี่คงจะเป็นเหตุการณ์ปกติไปเสียแล้วในยุคนี้สมัยนี้ จริงๆมันก็ไม่ได้ติดท้องกันง่ายไปซะทุกคนหรอกครับ ผมหมายถึง ใครโชคดี พระเจ้าเข้าข้าง ก็บันดาลให้มูกไหล ไข่ตก ราวๆวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2551 แล้วท่านก็เกิดการปฏิสนธิกันอย่างสนุกสนาน ทำให้หลายคนระทมทุกข์กันมานักต่อนักแล้วการทำแท้งเป็นหนึ่งในการแก้ปัญหาปลายเหตุที่เริ่มมีการเข้าใจกันในระดับสังคม จริงอยู่ที่ว่า หลายคนอาจจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมเขียนนี้ แต่ในบรรดาความไม่ดี หรือสิ่งที่เลวๆที่คนที่เกลียดการทำแท้งระดมกล่าวหาคนที่มาทำแท้งหรือผู้ให้บริการทำแท้งอยู่นั้น บางครั้งการให้บริการทำแท้งก็มีเรื่องที่ลึกซึ้ง ดีๆ ปะปนมาอยู่บ้างเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ขณะที่ผมตรวจผู้ป่วยอยู่ที่คลินิกนอกเวลาราชการอยู่นั้น ก็มีหญิงคนหนึ่งเข้ามาหาผม เธอบอกว่าตั้งครรภ์ เธอมีลูกแล้วหนึ่งคน ท้องนี้เป็นท้องที่สอง ปัญหาก็คือว่าเธอกำลังเรียนต่ออยู่ เธออยากทำแท้ง เธออยากเรียนให้จบ เธออยากจบให้พร้อมเพื่อนๆ “เอาล่ะสิ ผมไม่ทำแท้งครับ ทำไมมาหาผม ข้างนอกผมมีคนไข้รออีกมากเลย ถ้าคุยกันตอนนี้คงจะยาว” นั่นคือสิ่งที่ผมคิดในใจแต่ผมก็เริ่มคุยกับเธอ พยายามบอกเธอว่า...

กฎหมายทำแท้ง ผ่านมุมมองของนักกฎหมาย

กฎหมายทำแท้ง
บันทึกนี้ไม่ได้เขียนเอง แต่ไปลอกเขามาจากมติชนของวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2554 เวลา 16:00:00 น. คนที่เขียนบทความนี้คืออาจารย์ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ เป็นท่านที่ผมเคารพนับถือมาก ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ลองอ่านดูนะครับ น่าสนใจมาก ....………..............................................ความเข้าใจผิดที่ว่าตามประมวลกฎหมายอาญานั้น ลงโทษแพทย์ที่ทำแท้ง เป็นเหตุให้ตำรวจทำผิดกฎหมายที่ไปจับแพทย์ที่ทำแท้งให้หญิง เพราะที่จริงกฎหมายอาญาอนุญาตให้แพทย์ทำแท้งได้ เพื่อให้หญิงปลอดภัย และไม่ต้องเสี่ยงภัยจากการหาหมอเถื่อน!!!ป.อาญา มาตรา 305 ที่บัญญัติว่า “ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในมาตรา 301 และมาตรา 302 นั้น เป็นการกระทำของนายแพทย์ และ(1) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากสุขภาพของหญิงนั้น หรือ (2) หญิงมีครรภ์เนื่องจากการกระทำความผิดอาญา ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 276 มาตรา 277 มาตรา 282 มาตรา 283 หรือมาตรา 284 ผู้กระทำไม่มีความผิด”กำหนดให้นายแพทย์ทำแท้งได้ตามเงื่อนไข โดยไม่มีความผิด เท่ากับกฎหมายให้อำนาจแพทย์ (หรือผู้ที่ทำภายใต้การดูแลของแพทย์) ทำแท้งได้คนที่ไม่ใช่แพทย์ทำแท้งไม่ได้ เหมือนกับการที่กฎหมายให้อำนาจตำรวจจับกุมผู้ที่กระทำความผิดซึ่งหน้าได้โดยไม่ต้องมีหมาย ตำรวจย่อมไม่มีความผิด มิใช่ว่าเห็นตำรวจจับกุมผู้ที่กระทำความผิดซึ่งหน้าต้องไล่จับตำรวจดำเนินคดี ข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขังเลย เห็นแพทย์ผ่าตัดคนไข้ ก็จับฐานทำร้ายไว้ก่อนกระนั้นหรือ?...

ไม่ทำแท้ง เพราะ conscientious objection

ท้องไม่พร้อม
ท้องไม่พร้อม ไม่มีพรมแดนทางศาสนาจริงๆหรือใครจะเถียงฉันconscientious objectionหรือการปฏิเสธโดยมโนธรรมครูฝรั่งคนหนึ่งสอนฉันเมื่อไม่นานมานี้ เขาเริ่มต้นว่าทำไมหมอจึงไม่ทำแท้งให้คนไข้ทั้งๆที่รู้ว่าคนๆนั้นจะต้องไปทำแท้งอยู่ดี และยังรู้อีกว่าคนไข้คนนั้นของเขาต้องเดินเข้าสู่ความเสี่ยงของ unsafe abortion ทันทีหมอไม่ยอมทำแท้งให้เพราะมันขัดต่อศีลธรรมอันดีงามของตนเอง(หรือคิดว่าตนเองกำลังทำดีไม่ผิดศีล)มุมมองทางการแพทย์กับมุมมองทางศาสนาที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกัน มันทำให้คนเสียโอกาส ที่จะรับบริการทางสุขภาพไปและเราพอใจที่จะมานั่งรักษาโรคที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้งฃ เช่นมดลูกเน่าไตวายหรือรุนแรงจนถึงตายเราก็จะมองว่า นั่นเป็นกรรมของเขาที่ทำแท้งมาไม่ใช่ความผิดของเรา เราไม่บาปเราไม่มีส่วนร่วมในบาปหรือความตายของเขา เราเลือกที่จะไม่มองว่า เราเองเป็นอุปสรรคที่แท้จริง ของการเข้าถึงบริการทำแท้งที่ปลอดภัย๒ปีก่อน เราพบคนที่ไปทำแท้งมาเกิดภาวะติดเชื้อจนตัวเน่าฉันไม่ได้พูดเกินเลยจากความจริงไปเลย เขาตัวเน่าจริงๆ และก็ตายไปต่อหน้าต่อตาลูกตัวเล็กคนหนึ่งที่มีอายุราวขวบเศษสามี และพ่อแม่ท่ามกลางความเศร้าโศกของครอบครัวเราเคยย้อนถามตัวเองกันไหม ว่าเราเป็นส่วนหนึ่งในการตายครั้งนั้นด้วยหรือไม่ (จริงอยู่เราไม่ใช่สมาชิกในครอบครัวของเขาเลยด้วยซ้ำ)คนไข้คนนี้ถูก conscientious objection ทำให้เธอต้องไปทำแท้งโดยวิธีที่primitiveที่สุดนั่นคือการสอดไม้ทิ่มเข้าไปในโพรงมดลูกโดยหมอเถื่อนมีลูกศิษย์คนหนึ่งกระซิบบอกฉันว่า"ถ้าเขามาทำแท้งที่เราเขาคงไม่ตายนะอาจารย์""ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง" เป็นประโยคที่หมอทุกคนถูกบ่มเพาะมาด้วยกันแต่การปฏิเสธโดยมโนธรรมมันช่างขัดแย้งกับปณิธานอันนี้เสียเหลือเกินราว๒เดือนที่ผ่านมาเพื่อนมนุษย์ต่างศาสนามาพบขอรับบริการทำแท้งหลายคนด้วยเหตุผลไม่ค่อยแตกต่างกัน นั่นคือท้องไม่พร้อม ยากจน ลูกมากจนเลี้ยงไม่ไหวไม่ค่อยพ้้น ๓ เรื่องนี้ (เอาเหอะ จะมีบ้างก็ท้องก่อนแต่ง หรือไม่ก็เป็นเมียน้อยเขา)ฉันก็เคยถามไปว่า "ไม่บาปเหรอ" เขาก็ตอบว่า ลูกอดตายสำคัญกว่า ลูกต้องเรียนหนังสือสำคัญกว่ามาถึงตรงนี้ฉันก็คงคิดถึงครูคนเดิมท่านบอกว่าคนที่มาขอทำแท้ง เขากำลังแสดงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อลูกของเธอเองที่จะต้องเกิดออกมาด้วยความไม่พร้อม ("ด้วยการทำแท้งเนี่ยนะ!" ฉันเชื่อว่ากำลังมีคนคิดแย้งฉันด้วยประโยคเช่นนี้อยู่) มันเป็นความรับผิดชอบของคนเป็นแม่ หรือกำลังจะเป็นแม่คนนั่นเอง  คำตอบของเพื่อนต่างศาสนาแต่เป็นเพื่อนร่วมชาติของฉันกำลังอธิบายคำสอนของครูได้เป็นอย่างดีท้องไม่พร้อม ไม่มีพรมแดนทางศาสนา ไม่มีพรมแดนทางเชื้อชาติ คงมีเพียงแต่แพทย์ พยาบาล นักการเมือง และนักบวชกระมัง ที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการทำแท้งที่ปลอดภัยในพรมแดนที่ฉันยืนอยู่ที่นี่ ตรงนี้ บันทึกไว้ หลังจากได้พบเพื่อนต่างศาสนาคนหนึ่ง ๑๒ กพ ๕๗

เธอรักเขามากใช่ไหม

เธอรักเขามากใช่ไหม
เธอรักเขามากใช่ไหม...เวลาเธอนอนกับเขา เธอรู้สึกมีความสุขมากใช่ไหมคำว่า "นอนกับเขา" ในภาษาที่ผมถามออกไปนั้นย่อมหมายความว่าการมีเพศสัมพันธ์ด้วยอย่างไม่มีข้อสงสัย เนื่องจากตลอดเวลากว่า ๑๐ นาทีที่เราคุยกันนั้น เรากำลังพูดกันอยู่ถึงเรื่องนี้อยู่อย่างเข้มข้นผมเจอเจ้าหนูคนนี้มาตั้งแต่เธออายุ ๑๓ ปี ตอนนั้นอาของเธอพามาพบผมด้วยเรื่องการขาดประจำเดือนและผู้เป็นอา มีความกังวลว่าเธอจะตั้งครรภ์ ในบันทึกทางการแพทย์ของผมนั้นพบว่า ผมได้ตรวจปัสสาวะเพื่อทดสอบการตั้งครรภ์ แล้วออกมาเป็นผลลบมีการเขียนแนะนำเรื่องการคุมกำเนิดโดยใช้ถุงยางอนามัย มีการแนะนำเรื่องการฉีดวัคซีน ป้องกันเชื้อ HPV หรือไวรัสที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกแล้วเธอก็หายไปจากระบบของผมนาน ๓ ปีวันนี้สาวน้อยวัย ๑๖ รูปร่างสมส่วนสมวัยสาว ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง หน้าตายิ้มแย้ม เดินเข้ามานั่งตรงหน้าผม เธอมากับอาคนเดิมหลังจากรับไหว้ก็รีบก้มลงตรวจสอบประวัติอย่างรวดเร็วและผมก็จำเธอได้ เด็กหญิงวัย๑๓ เมื่อ ๓ ปีที่แล้วตอนนี้เป็นนางสาวหน้าตาสะสวยไปเรียบร้อย ผมถามเธอว่า "เป็นยังไง หายไปนานเลยนะ"เธอตอบว่า เม็นส์มาไม่ปกติและกลัวว่าจะตั้งท้อง ผมก็ถามออกไปว่า "ถ้าท้องแล้วทำไมเหรอ" เธอยิ้มกลับมาให้เป็นคำตอบ"นี่เธอยังมีเพศสัมพันธ์กับแฟนคนเดิมอยู่ใช่ไหม" ผมถาม เธอตอบว่าใช่"แล้วถ้าท้อง เธอพร้อมจะเลี้ยงลูกรึยัง" ผมยังยิงรัว เธอบอกว่า ไม่พร้อม แต่ก็เลี้ยงได้นี่เป็นข้อพึงสังเกตอย่างหนึ่งนะครับส่วนมากหากคนที่ตั้งท้องอายุน้อยๆเช่นนี้มาพบผมเธอเหล่านั้น ส่วนมากจะตอบว่ามีความสามารถในการเลี้ยงลูกได้ผิดกับพวกสาวๆที่อายุเกิน ๑๘ ปีขึ้นไป ที่จะไม่ยอมรับการตั้งท้องที่เกิดขึ้น พวกเธอมาหาผมเพื่อที่จะขอทำแท้งเสียเป็นส่วนใหญ่ผมพยายามคิดว่าทำไมคำตอบจึงออกมาเช่นนี้ สรุปด้วยตรรกะอันน้อยนิดของตัวเองน่าจะเป็นเพราะว่ามันยังเป็นเด็กเอามากๆน่ะสิ มันไม่รู้หรอกว่าการเลี้ยงลูกเป็นอย่างไรเวลาลูกเป็นไข้มันยุ่งแค่ไหน มันคงคิดไปว่าลูกเป็นเหมือนตุ๊กตาที่เล่นด้วยกันได้ ออกลูกมาแล้วคงวิ่งเล่นเป็นเพื่อนกันได้เลยกระมัง มันจึงบอกว่าสามารถเลี้ยงลูกได้ต่อไปนี้ เป็นการสนทนาระหว่างผมกับเจ้าหนูคนนี้ผ (หมายถึง...

ไปงานทำแท้งโลกที่หอศิลป์กรุงเทพ (ตอนจบ)

งานทำแท้งโลก
อันที่จริง แสงจากดวงอาทิตย์เวลาจะลับขอบฟ้านั้นสวยที่สุดในโลกครับ เราจะได้เห็นเส้นขอบฟ้าเรืองรอง เห็น Belt of Venus ได้อย่างคมชัด เห็นแสงรัศมีจากดวงลูกไฟลูกนั้นแยงก้อนเมฆขึ้นมาเป็นเส้นๆ มิได้แปลกใจเลย ว่าทำไมเวลาเราเป็นเด็ก จึงถูกสอนให้วาดรูปดวงอาทิตย์มีรัศมีออกจะขนาดนั้นตอนก่อน ผมเล่าว่ามาร่วมงานเสวนา "วันแท้งโลก" โดยที่มีพระรูปหนึ่งมานั่งฟังอยู่ด้วย และมีผู้ร่วมเสวนาท่านหนึ่งก็มาพูดเรื่องศาสนาโดยเฉพาะ ทำให้ผมรู้สึกเกร็งเล็กน้อย แต่มามากขึ้นเมื่อคนบนเวทีเสวนากันเสร็จก็ถึงคราวคนด้านล่าง พระท่าน (ที่เข้ามาร่วมเสวนาด้วย) ก็ยกมือ "ฉิบหายแล้ว" ผมคิดในใจพร้อมเกิดอาการร้อนวูบวาบประหนึ่งสตรีถูกวัยทองเล่นงานแต่ความร่มเย็นในใจก็บังเกิดเมื่อพระท่านบอกว่า“มุมมองเรื่องศาสนาต้องใช้ปัญญาวิเคราะห์ควบคู่กันไป เรื่องทำแท้งมิได้มองเรื่องบาปเป็นเรื่องหลัก แต่มันเป็นหลักความจริงเฉกเช่นอริยสัจสี่ นั่นคือ การตั้งท้องเป็นทุกข์ ทุกข์ที่เกิดจากการไม่พร้อม และการทำให้ไม่ท้องก็เป็นหนึ่งในการช่วยดับทุกข์”และพระท่านก็จบด้วยข้อสังเกตุว่า"ศาสนาไม่ว่าจะเป็นศาสนาอะไร เราจะสังเกตุเห็นว่า คนที่บัญญัติ คนที่เป็นผู้ใช้ศาสนามาสั่งสอนคน ล้วนเป็นชาย อาตมามีความเชื่อว่า หากชายตั้งท้องได้ หากพระตั้งท้องได้ วันหนึ่งก็คงมีชายมาขอทำแท้งเช่นเดียวกัน.."ถึงตรงนี้ ผมยกมือ "สาธุ"ก่อนลงจากเวทีเสวนา พิธีกรถามผมว่าอยากจะฝากข้อคิดอะไรบ้างผมอึ้งไป ส่งไมค์ให้คุณวิจักขณ์ก่อน (ให้เค้าพูดเรื่องศาสนา..) เขาก็หัวเราะแล้วยื่นมันกลับมาให้ผม ผมบอกว่า คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะฝากอะไร...

ไปงานทำแท้งโลกที่หอศิลป์กรุงเทพ (ตอนแรก)

ทำแท้ง
หากเลือกได้ เวลาขึ้นเรือบินไปไหน ผมมักจะดูทิศทาง ว่าด้านไหนสายัณห์สวัสดิ์ ด้านไหนตะวันรอน ทั้งนี้จะได้หนีแดดแยงวานได้ถูกทิศถูกทาง แต่หากเมื่อการเดินทางล่วงมาเวลาเย็นย่ำ ผมมักจะเลือกที่นั่งด้านเดียวกับดวงลูกไฟ เพราะในใจจะได้โบกมือลาแสงสุดท้ายของวัน… วันนี้ผมนั่งเครื่องบินเที่ยวครับ เที่ยวเดียวยาวเกือบด้ามขวานไทย ออกเดินทางเที่ยวเช้าที่สุดจากหาดใหญ่ อันที่จริง วันนี้ผมขึ้นมาร่วมงาน "วันแท้งโลก" รับปากเขาไว้ว่าจะมาร่วมเสวนาในงานที่ถูกจัดขึ้นในหอศิลป์กรุงเทพฯบริเวณแยกสยาม "วันแท้งโลก" ซึ่งอันที่จริงคือวันที่ ๒๘ กันยายน แต่เขาเลือกจัดวันนี้ก็เพื่อจะได้มีคนว่างมาร่วมงานกัน ผมขึ้นเวทีพร้อมกับคุณวิจักขณ์ พานิช อันที่จริงก็ไม่เคยรู้จักกันหรอก แต่เมื่อนั่งคู่กันคุณวิจักขณ์ก็กระซิบผมว่า "ผมเกิดที่หาดใหญ่ครับ" จึงหันไปมองหน้าเขาอีกครั้งแล้วก็ถึงบางอ้อ "เป็นลูกชายอาจารย์วิจารณ์เหรอครับ" ผมถามออกไป โลกมันแคบนะครับ เคยฟังอาจารย์เล่าเรื่องลูกให้ฟัง แม้เพียงช่วงเวลาสั้นๆก็จำเรื่องราวบางตอนได้ และตอนนี้ผมก็ได้มาขึ้นเวทีพูดเรื่องทำแท้งกับลูกชายหากเลือกได้ เวลาขึ้นเรือบินไปไหน ผมมักจะดูทิศทาง ว่าด้านไหนสายัณห์สวัสดิ์ ด้านไหนตะวันรอน ทั้งนี้จะได้หนีแดดแยงวานได้ถูกทิศถูกทาง แต่หากเมื่อการเดินทางล่วงมาเวลาเย็นย่ำ ผมมักจะเลือกที่นั่งด้านเดียวกับดวงลูกไฟ เพราะในใจจะได้โบกมือลาแสงสุดท้ายของวัน…วันนี้ผมนั่งเครื่องบินเที่ยวครับ เที่ยวเดียวยาวเกือบด้ามขวานไทย ออกเดินทางเที่ยวเช้าที่สุดจากหาดใหญ่ อันที่จริง...

สิ่งดีดีในเรื่องแท้ง (อีกเรื่อง)

สิ่งดีในเรื่องทำแท้ง
“สวัสดีค่ะ หมอจำหนูได้มั้ย” นี่เป็นการเริ่มต้นบทสนทนาในทันทีที่เธอมานั่งบนเก้าอี้ในห้องตรวจของผม“จำไม่ได้” ผมตอบออกไป แถมหยอดไปอีกนิดว่า “ที่ว่าจำไม่ได้นั้น อาจจะมาจาก ๒ สาเหตุ นั่นคือ คนไข้ฉันอาจจะมากไปจนจำเธอไม่ได้ หรือไม่ก็เธอไม่สวยพอที่ฉันจะจำน่ะ” เพียงเท่านี้ก็สามารถลดความอึดอัดระหว่างผมกับเธอลงได้“หนูคิดว่าหนูท้อง เพราะขาด mens มา เกือบ ๒ เดือนแล้ว วันก่อนตรวจฉี่ไปมันขึ้นขีดเดียวค่ะ” เธอบอก“แต่หมอคิดว่าเธอท้องจริงๆนะ เพราะที่มันขึ้นอยู่นี้มี ๒ ขีดจ๊ะ” ผมตอบออกไปหลังจากดูผลการตรวจปัสสาวะทดสอบการตั้งครรภ์“นี่เป็นท้องที่เท่าไหร่จ๊ะ” ผมถามออกไป“ท้องที่ ๒ ค่ะ เมื่อราว ๔ ปีก่อน หนูมาที่นี่กับแม่ หมอจำไม่ได้จริงๆเหรอ” ดูท่าทางแม่หนูคนนี้ เธออยากจะให้ผมจำเธอให้ได้จริงๆ“หนูจำบานพับผืนนี้ได้” เธอชี้ไปที่บานพับที่เป็นที่กั้นระหว่างห้องตรวจภายในกับห้องที่นั่งคุยอยู่ตอนนี้ “ตอนนั้นหนูอยู่ด้านใน ได้ยินหมอคุยกับแม่หนูว่า หมอจะไม่แท้ง">ทำแท้งเด็ดขาด ถ้าแม่เค้าต้องการลูก”บทสนทนามาถึงตอนนี้ ผมเริ่มมองเห็นภาพในอดีต ซึ่งตรงกับที่เธอคนนี้อ้างถึงกว่า ๔ ปีมาแล้ว...

อีกมุมมองในเรื่องการทำแท้ง

ทำแท้งผิดไหม
วันนี้น่าจะเป็นอีกวันหนึ่งที่ผมรู้สึกมีความสุขจากการแท้ง">ทำแท้งเกือบเที่ยงแล้ว เมาะเดินเข้ามาในห้องตรวจของผมพร้อมใบส่งตัวมาจากโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่ง คุณหมอจากต้นทางเขียนสรุปมาว่า "unintended pregnancy" ผมอ่านชื่อจากลายเซ็นต์ไม่ออก จึงเงยหน้ามองเมาะด้วยรูปร่างที่ผ่ายผอม ใบหน้าดูอิดโรย สวมชุดคลุมทั้งตัวสีมอๆ และคลุมศีรษะไว้อย่างเรียบร้อย ผมมองตาของเธอแล้วรู้สึกว่า เธอคนนี้คงกำลังซ่อนเรื่องราวอะไรบางอย่างอยู่หลังม่านตาสีน้ำตาลคู่นั้น"คุณหมอเขาบอกว่าเป็นลูกศิษย์ของหมอ" เมาะบอกเหมือนรู้ความในใจของผม"เธอมีลูกกี่คนแล้วเหรอ" ผมเลือกใช้สรรพนามว่า "เธอ" กับเมาะ เพราะดูอายุแล้วคงไล่เลี่ยกับผมราวกับคลานตามกันมา และแม้ว่าในใบส่งตัวจะเขียนรายละเอียดมาค่อนข้างดี ผมเลือกที่จะคุยทุกเรื่องกับคนไข้มากกว่านั่งอ่านจากใบส่งตัว"๓ คน" เมาะตอบ"แล้วทำไมเธอไม่คุมกำเนิดล่ะ" นี่คงจะเป็นคำถามสุดคลาสสิกที่หมอเกือบทุกคนเลือกที่จะถามออกไป ฟังดูเหมือนเป็นคำถามปกติ แต่ผมคนหนึ่งล่ะที่ยืนยันว่ามันไม่ปกติ ไม่ปกติจริงๆนะครับ"คุมนะหมอ เราใช้ถุงยางมาตลอด แต่ครั้งนี้ไม่รู้เป็นไง มันท้องได้""แล้วคิดยังไงจึงอยากให้หมอทำแท้งล่ะ" ผมถามออกไป"เราจนน่ะหมอ เรามีลูก ๓ คน กำลังเรียนอยู่ทั้งนั้น ตอนนี้แฟนก็มาไม่สบาย ทำงานไม่ไหว เราทำงานอยู่คนเดียว กินกัน ๕ ชีวิต ตอนนี้ยังพอทำงานได้ แต่ถ้าเราคลอดลูกเราก็คงทำงานไม่ได้ไประยะใหญ่ แล้วจะเอาที่ไหนกินกัน ลูกก็เรียนหนังสือเกือบจะจบแล้ว เราอยากให้มันเรียนหนังสือกันทุกคนแหละหมอ"ลูกที่เมาะเธอเอ่ยถึงทั้ง...

นักข่าวมาสัมภาษณ์เรื่องทำแท้ง

สัมภาษณ์ทำแท้ง
เมื่อราว ๒ สัปดาห์ที่แล้ว มีนักข่าวมาติดต่อขอสัมภาษณ์ผมเรื่องการแท้ง">ทำแท้ง ผมไม่ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ เพราะเรื่องแบบนี้ ต้องไตร่ตรองก่อนพูด และหากพูดผิดพลั้งไปก็จะก่อให้เกิดผลเสียหายได้ จึงขอให่ส่งคำถามมาทาง e mail แล้วจะตอบให้ครั้นเมื่อเขาได้ลงข่าวไปแล้ว ผมจึงเอาบทสัมภาษณ์ที่ผมบรรจงตอบลงไปนั้น มาเก็บไว้ในนี้ เพื่อเตือนความจำเรียน ผศ.นพ.ธนพันธ์ ชูบุญดิฉัน ...... ผู้สื่อข่าวไทยรัฐออนไลน์ ที่ติดต่อ อ.เพื่อขอสัมภาษณ์ ประเด็น การทำแท้ง รวมถึงการวางแผนครอบครัวในกรณีที่ผู้ท้องยังไม่พร้อม ซึ่งอยากขอความรู้ อ. รวมถึงความคิดเห็นค่ะ ดังนี้1) การทำแท้ง หรือยุติการตั้งครรภ์ ตอนนี้ภาพรวมในประเทศไทยเป็นอย่างไรบ้างผมขออธิบายเป็น ๒ กรณีครับกรณีแรก ขณะนี้ผมคิดว่าผู้หญิงที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ สามารถเข้าถึงบริการที่ผิดกฎหมายได้อย่างง่ายดาย มีการซื้อขายยาที่ใช้ในการยุติการตั้งครรภ์ทางอินเตอร์เน็ตและนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย มีทั้งใช้ถูกและผิดวิธี ยาที่ใช้เราก็ไม่ทราบว่าของจริงหรือของปลอม ราคาก็แพงมาก บางครั้งมีการซื้อขายกันในราคาสูง 3000-5000 บาท หลายๆครั้งการยุติการตั้งครรภ์ก่อให้เกิดอันตราย มีการใช้ยาเกินขนาดส่วนในกรณีที่...

ทำแท้งลูกอ๊อด

ทำแท้งลูกอ๊อด
๔ กันยายน ๒๕๕๖สะเทือนจิตกันอีกวันกับการต้องทำแท้งคนไข้คนหนึ่งในวันนี้ราว ๑๐ โมงเช้า ผมได้รับโทรศัพท์จากโอพีดีว่ามีคนไข้ถูกส่งตัวมาเพื่อขอให้ทำแท้ง จึงต้องรีบลงไปดูพร้อมทีม หลายๆคนใช้ความรู้สึกกับเรื่องการทำแท้ง ว่าการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมนั้นเป็นปัญหาของวัยรุ่นเสียเยอะ แต่ในความเป็นจริง ข้อมูลจากงานวิจัยของไทยเองพบว่า เพียง ๑ ใน ๓ เท่านั้นที่เป็นวัยรุ่น ที่เหลือนั้นเป็นกลุ่มแม่บ้าน เฉกเช่นวันนี้ ที่ผมถูกตามลงมาดูสตรีวัยกลางคนคนหนึ่ง คนซึ่งผ่านการมีลูกมาแล้วถึง ๓ คน เธอตั้งท้องลูกคนที่ ๔ พร้อมๆกับการที่รู้ว่าสามีตนไปมีเมียน้อย และเมียน้อยก็กำลังท้องอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน ผมถามไปว่าสามีเธอรู้เรื่องการตั้งท้องครั้งนี้หรือยัง"รู้แล้ว และเขาก็บอกให้มาทำแท้ง" เธอตอบพร้อมกับน้ำในเบ้าตาที่กำลังเอ่อล้นออกมา"แล้วเธอล่ะ คิดยังไง" ผมถามออกไปต้องใช้เวลาครู่หนึ่ง เธอจึงสามารถตอบคำถามง่ายๆแต่ตอบยากเหลือเกินเช่นนี้ได้ เธอเล่าว่า จริงๆแล้วเธอก็ไม่อยากทำแท้งหรอก แต่เมื่อมาคิดว่าหากตั้งท้องต่อไปก็คงจะลำบาก เพราะผู้ชายเขาไม่มาดูแลครอบครัวอีกเลย ลำพังเงินที่หาเลี้ยงชีพมาได้เดือนละเกือบหมื่นก็ต้องประหยัดกันสุดตัวอยู่แล้ว ลูก ๒ คนที่กำลังเรียนคุณครูก็ให้กินข้าวฟรี หนังสือครูก็หามาให้ลูกเรียน นี่ถ้าคนนี้ออกมาอีกคนก็ไม่รู้จะอยู่กันยังไงจริงๆ ตอนนี้น้ำตาของคนเล่าเรื่องหยดลงมาอาบแก้มจนผู้ช่วยผมต้องหากระดาษมาให้ซับ ผมปล่อยให้ห้องเงียบลงพักหนึ่งก็ถามออกไปว่า "หากหมอไม่ทำแท้งให้จะทำยังไงต่อไป" ผมสังเกตเห็นแววตาตระหนกเพียงวูบหนึ่ง เจ้าของดวงตาแดงเรื่อคู่นั้นก็เล่าต่อว่า เมื่อรู้ว่าท้องพร้อมๆกับรู้ว่าสามีไปมีเมียน้อยนั้น เธอมืดมนจนไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรดี คิดจะฆ่าตัวตายหนีปัญหาไปด้วยซ้ำ มาคิดได้ว่ายังมีลูกเล็กๆรอเธออยู่ที่บ้านตั้ง ๓ คน คิดแล้วก็ทำไม่ลง ลูกจะอยู่ได้อย่างไร หากเธอตายไป ดังนั้นก็เลยต้องอยู่ต่อไป พร้อมๆกับขอโทษลูกในท้อง...