วิธีทำแท้งที่ปลอดภัย

วิธีทำแท้งที่ปลอดภัย

เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่าตัวเองยังไม่มีความพร้อมที่จะตั้งครรภ์ต่อไป จำเป็นต้องยุติการตั้งท้อง เพื่อให้ปลอดภัยกับผู้หญิงมากที่่สุด ควรเลือกยุติเมื่อตั้งท้องไม่เกิน 12 สัปดาห์ และทำโดยแพทย์เท่านั้น เทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันสามารถช่วยให้การยุติฯเป็นไปอย่างปลอดภัย แบ่งออกเป็น 2 วิธีคือ

1. การดูดเนื้อรกจากโพรงมดลูก (Manual Vacuum Aspiration: MVA)
วิธีการนี้สามารถทำได้จนถึงอายุครรภ์ประมาณ 10-12 สัปดาห์ อุปกรณ์ใช้งานดังกล่าว มีลักษณะเป็นหลอดพลาสติกขนาดต่างๆ ประกอบกับกระบอกดูดสูญญากาศ เมื่อแพทย์สอดหลอดพลาสติกเข้าไปในโพรงมดลูก สามารถดูดชิ้นเนื้อออกจากโพรงมดลูกได้ ซึ่งสามารถทำให้เกิดการแท้งสมบูรณ์ได้เกือบร้อยละ 100

 

ในประเทศไทยมีความพยายามที่จะยกเลิกวิธี ยุติตั้งครรภ์ด้วยการขูดมดลูก (D&C : Dilatation and Curettage
หรือการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อนำเอาเนื้อเยื่อของมดลูกออกมา) และแทนที่ด้วยวิธีการดูดเนื้อรกจากโพรงมดลูก (MVA) โดยกระทรวงสาธารณสุขและราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ได้จัดอบรมสูตินรีแพทย์ให้มีทักษะในการใช้ MVA อย่างกว้างขวาง ปัจจุบันสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์ อายุไม่เกิน 12 สัปดาห์ จะใช้วิธิการนี้ในการยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งสามารถให้บริการได้โดยไม่ต้องมีการพักค้างคืน
2. การใช้ยายุติการตั้งครรภ์ ที่ใช้ในปัจจุบันและได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก คือ  Mifepristone (หรือที่รู้จักกันในชื่อ RU486) และ Misoprostol (หรือที่รู้จักในชื่อการค้า ไซโตเทค) โดยยาทั้งสองชนิดได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วในประเทศไทย แต่ยังมีการควบคุมอย่างเข้มงวด แพทย์จะเป็นผู้สั่งและผู้บริหารการใช้ยาเท่านั้น

• การใช้ยา Mifepristone (หรือ RU486®) ร่วมกับ Misoprostol (หรือ Cytotex®)
ในช่วงอายุครรภ์ก่อน 9 สัปดาห์ ประเทศไทยได้นำวิธีการใช้ยาร่วมกันนี้มาให้บริการนำร่องในโรงพยาบาล เพื่อกำหนดแนวทางการให้บริการที่เหมาะสมมาตั้งแต่ปี  2554  ซึ่งพบว่าเกิดการแท้งสมบูรณ์สูงถึงร้อยละ 97

• การใช้ยา Misoprostol เพียงอย่างเดียว
ในกรณีที่อายุครรภ์อยู่ในช่วง 12-20 สัปดาห์ สามารถทำให้เกิดการแท้งสมบูรณ์ได้มากกว่า ร้อยละ 80 ขึ้นไป วิธีการนี้มีข้อกำหนดให้ใช้ในโรงพยาบาลสำหรับสตรีตั้งครรภ์ที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น

ด้วยเหตุที่ยายุติตั้งครรภ์ทั้งสองชนิดหาซื้อได้ค่อนข้างยากในประเทศไทย แต่ความต้องการกลับมีมาก เนื่องจากข้อจำกัดของระบบบริการที่เป็นมิตรและเข้าถึงได้สำหรับผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมที่เลือกยุติการตั้งครรภ์ ทำให้ยาทั้งสองชนิดกลับเข้าไปอยู่ในตลาดมืด มีการขายกันในอินเทอร์เน็ตอย่างกว้างขวาง โดยมีความเสี่ยงว่ายาที่สั้งซื้อนั้นจะเป็นยาจริง หรือยาปลอม และขนาดของยา สอดคล้องกับอายุครรภ์หรือไม่ และสามารถทำให้เกิดการแท้งสมบูรณฺ์ได้หรือไม่