ความเสี่ยงที่ผู้หญิงต้องแบกรับ ทำไม?

0
31
รูปจาก www.pixabay.com

อีกไม่กี่วันก็จะสิ้นเดือนธันวาคม 59 แต่ข่าวเกี่ยวกับผู้หญิงท้องที่หาทางออกดีๆ ไม่เจอยังมีให้เห็นตลอด คงต้องให้เป็นหน้าที่ของภาครัฐ เอกชน และชุมชนที่จะช่วยกันปิดช่องโหว่ หลุมพรางความเชื่อ การช่วยเหลือตั้งแต่ต้นน้ำมากกว่าการนิ่งเฉย ประณาม อคติ เพื่อให้คนเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีจะดีกว่า โดยเข้าใจวิถีชีวิตและแก้ไขแต่ละช่วงของการพลาดพลั้ง ให้ความเมตตา กรุณา

ลุงหมอขอเริ่มที่ข่าวและขอเล่าความเป็นไปของวัยรุ่นต่อนะครับ

วันที่ 22 พฤศจิกายน 59 ที่กรุงเทพฯ แม่วัยรุ่นอายุ 17 ปีโยนลูกอายุ 18 วันลงในอ่างน้ำจนเสียชีวิต เธออ้างว่าโมโหที่ลูกร้องเสียงดัง กรณีนี้ลุงหมอมองว่าเธอยังไม่พร้อมที่จะเป็นคุณแม่ และอาจเกิดภาวะเครียดมากหลังคลอด การปรึกษาปัญหาตั้งแต่เริ่มท้องไม่ควรบังคับให้ท้องต่อหรือปฏิเสธการบริการยุติการตั้งครรภ์

วันเดียวกันที่อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ แม่วัย 23 ปีเพิ่งคลอด อ้างกับตำรวจว่ามีคนขโมยลูกไป แต่ความจริงนำทารกไปทิ้งหลังโรงพยาบาล เธอบอกว่ามีปัญหาครอบครัว สามีไม่ต้องการจะมีลูก จึงเกิดความคิดนี้

วันที่ 27 พฤศจิกายน ที่จังหวัดอุดรธานี หญิงวัย 30 ปีท้องแล้วไม่บอกใคร คบหากับผู้ชายคนหนึ่ง ฝ่ายชายไม่ยอมรับท้องนี้ ต่อมาเธอคลอดลูกเองที่ห้องพัก ปรากฏว่าเป็นทารกแฝด และเสียเลือดมาก ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งเพื่อนมาพบลูกทั้งสองร้อง แต่เธอเสียชีวิตแล้ว

วันที่ 3 ธันวาคม ที่จังหวัดอุดรธานี พบศพทารกแรกเกิดมีรอยเขียวคล้ำและที่บริเวณศีรษะยุบหลายแห่ง ลำคอถูกของมีคมบาดจนหลอดลมขาด ทารกอายุครรภ์ 8 – 9 เดือน ต่อมาวันที่ 9 ธันวาคม ตำรวจจับสาววัย 16 ปีทำงานแล้วได้ โดยที่เธอท้องแต่ไม่ยอมบอกแฟนและพ่อแม่ จึงอุ้มท้องต่อ บอกว่ามีอาการปวดหน่วงท้องมาก เข้าใจว่าปวดอุจจาระ เบ่งแล้วจู่ๆ มีลูกคลอดออกมาหัวกระแทกชักโครก ทารกแน่นิ่งไป เธอคิดว่าหากลูกไม่ตายก็คงไม่สมประกอบเพราะช่วงท้องจะเที่ยว ดื่มเหล้าตลอด และไม่อยากให้เป็นภาระ จึงเอามีดมาปาดคอเพื่อให้แน่ใจว่าเด็กตายแล้วนำไปทิ้ง

วันที่ 6 ธันวาคม ที่บางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธนา บริเวณกอหญ้าริมถนน พบซากศพทารกถูกห่อด้วยกระดาษฟอยล์ถูกเผาจนไหม้เกรียมเป็นตอตะโก และพบเศษกางเกงชั้นในเปื้อนเลือดไหม้ไฟตกอยู่ น่าจะเป็นหญิงสาวคลอดลูกออกมาเสียชีวิตหรือทำแท้ง ก่อนนำศพมาเผาทำลาย

วันที่ 8 ธันวาคม ที่ ต.สนามไชย จังหวัดจันทบุรี พบศพทารกอายุครรภ์ 7 – 8 เดือนถูกสัตว์คุ้ยเขี่ยขึ้นมาจากหลุม และกัดแทะ บริเวณนั้นพบพลั่วขุดดินวางอยู่ คาดว่าอาจเป็นแม่ท้องไม่ตั้งใจแล้วเลี้ยงไม่ไหว

สรุปจากข่าว คือ ผลลัพธ์ของท้องที่ไม่ต้องการทั้งจากตัวเองหรือแฟน คือการถูกตำรวจจับข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ฆ่าลูกเมื่อท้องโตมาก เสียชีวิตเพราะตกเลือดเพราะไม่ไปคลอดที่โรงพยาบาล เป็นผู้ต้องหาจากการทิ้งลูกต้องติดคุก

ลุงหมอขอวิเคราะห์ว่าเหตุที่เธอต้องมาแบกรับความเสี่ยงจนเสียอนาคต เกิดจากการลังเล ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำอย่างไร เห็นได้ว่าพวกเธอเลือกปกปิดซ่อนเร้นปัญหา ปล่อยให้มีปัญหาต่อไป ขาดการจัดการที่เป็นทางออกที่ดีกว่า ปลอดภัยกว่า เรียกว่าขาดความรอบรู้ถึงอันตรายหรือเหตุการณ์ย่ำแย่ที่จะเกิด จึงแก้ปัญหาแบบเอาตัวรอด ความจริงพวกเธอไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบแทนผู้ชายแบบนี้ และวิถีชีวิตวัยรุ่นก็มีธรรมชาติอย่างตัวอย่างนี้

วันที่ 9 ธันวาคม นักศึกษาสาววัย 20 ปี ประจำเดือนครั้งสุดท้ายมาวันแรกวันที่ 20 ตุลาคม 59 เดือนพฤศจิกายนไม่มา ตรวจปัสสาวะและอัลตร้าซาวนด์ไม่ท้อง ระยะเวลาที่เธอมาพบแพทย์จากวันที่ประจำเดือนควรมาคือ 20 พฤศจิกายนถึงวันที่ 9 ธันวาคม คือ 19 วัน ก็ถือว่าไม่ช้า เรียกได้ว่าตัดสินใจปรึกษาถูกต้องทันเวลาต่อการแก้ปัญหาได้

กรณีที่ท้อง ลุงหมออยากให้ระยะที่ขาดประจำเดือนจนมาพบแพทย์ ขอให้ตัดสินใจเร็วน่าจะไม่เกิน 2 สัปดาห์นะครับ กรณีนี้ เธอมีแฟนและมีเพศสัมพันธ์ตอนอายุ 14 ปี แต่เธอป้องกันท้องด้วยการกินยาคุม โดย แม่บอกให้เธอกิน และเห็นเพื่อนกินด้วย เพราะเธอคิดว่ายังเลี้ยงตัวเองไม่ได้ อยากเรียนให้จบ มีงานทำ และกลัวพลาด ซึ่งเป็นความคิดที่ดีครับ ลุงหมอเห็นด้วย เพราะจะได้ไม่ท้อง

ที่ผ่านมา เธอมีแฟนมาแล้ว 3 คน กินยาคุมมานาน 7 ปี แต่เดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนไม่ได้กินยาคุม เพราะทะเลาะกับแฟนจนเลิกกันแล้วกลับมาคืนดีใหม่ ต่อมา มีเพศสัมพันธ์แต่ไม่ได้ป้องกันเลย จึงมาตรวจ

นี่แหละครับความจริงเกี่ยวกับวัยรุ่นทั่วไป! ซึ่งเรื่องทะเลาะแล้วเลิก แล้วคืนดีกันก็เป็นธรรมชาติวัยรุ่นอีกนั่นแหละ

ผู้หญิงไม่ได้เตรียมป้องกัน กินยาคุมไม่ทัน ผู้ชายโอนความรับผิดชอบไปให้ผู้หญิงฝ่ายเดียว ที่ผ่านมาไม่เคยท้อง แท้ง ไม่พลาด แต่ก็เคยลืมกินยาเวลาไปเที่ยวผับ ดื่มเหล้าตอนกลางคืนพอกลับบ้านก็นอนหลับไป เดือนหนึ่งจะไปผับ 2 – 3 ครั้ง ทำให้ไม่ได้กินยา ปัญหาคือเธอกินเม็ดต่อมาเลย ไม่ได้กินเม็ดที่ลืมกินในวันถัดมา ซึ่งไม่ถูกต้อง หรือบางทีก็มีเพศสัมพันธ์ด้วย บ้างก็กินผิดเวลา เที่ยงคืน ตี1 ตี 2 บ้าง จากที่กินเวลา 4 – 5 ทุ่ม ซึ่งควรกินบวกลบไม่เกิน 2 ชั่วโมงจากปกติ เพื่อนๆ เธอบอกว่ากินนานจะมีลูกยาก มดลูกจะแห้ง ลุงหมอบอกเธอว่าไม่จริงครับ

ตอนนี้น้ำหนักตัวเธอ 47 กิโลกรัม หน้าตาสวยงามเกลี้ยงเกลา ไม่มีสิว ขาว ประจำเดือนก็มาตามปกติ ไม่มามาก ไม่ปวดเมนส์

ส่วนใหญ่ผู้หญิงหรือแฟนของเธออาจไม่แน่ใจว่าตกลงพวกเขาต้องการลูกหรือไม่ เพราะไม่ได้วางแผนจะมีลูก แต่ทั้งเธอและเขาไม่มีความพยายามอย่างเต็มที่ที่จะหลีกเลี่ยงการมีท้อง สุดท้ายทั้งคู่ลงท้ายด้วยการมีลูก แต่ผลลัพธ์ คือ ผู้หญิงต้องแบกรับความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดจากท้องไม่พร้อม ฉะนั้น ผู้หญิงต้องถามตัวเองว่าทำไมละ? และควรหลีกเลี่ยงความเสี่ยงนะครับ ต้องป้องกันให้เป็น ปรึกษาให้ทัน และตัดสินใจให้ถูก
           

ลุงหมอเรืองกิตติ์