ว่าด้วยเรื่อง อัณฑะและกางเกงใน

อัณฑะ
จะว่าไป ผมไม่ได้ใส่กางเกงในแบบรัดตุ้มมานานกว่า ๒๐ ปีเห็นจะได้ ย้อนกลับไปเมื่อครั้งเป็นเด็ก ผมมารู้จักการใส่กางเกงในก็เมื่อล่วงเข้ามาจนชั้น ป.๖ ก็ไม่รู้ว่าจะใส่ไปเพื่ออะไร ในเมื่อเราก็ใส่กางเกงอยู่ตามปกติมันก็ปิดไข่เราได้ไม่อายใคร จะมีปัญหาบ้างก็เมื่อเวลารูดซิบเร็วๆแล้วดันไปติดเอาหนังหุ้มปลายกระเจี๊ยวเข้าไปด้วย เล่นเอาน้ำตาเล็ดน้ำตาร่วง กว่าจะตัดใจรูดกลับปล่อยให้มันหลุดได้ ก็ใช้เวลาราวอึดใจหนึ่ง แต่กระนั้นก็ไม่เคยเข้าใจว่า ผู้ชายอย่างเราๆจะต้องใส่กางเกงในทำไม จนกระทั่งเมื่อตอนเรียนอยู่ชั้น ป.๖ขณะที่กำลังเล่นกระโดดถีบกับเพื่อนผู้หญิงอยู่นั้น(แมนมากนะครับ เล่นกระโดดถีบกับผู้หญิงได้เนี่ย) กำลังเล่นกันอยู่ดีๆทันใดนั้นเธอหยุดนิ่งทำตาโตแล้วตะโกนลั่นห้องว่า “ไอ้แป๊ะไม่ใส่กางเกงใน” ท่ามกลางการรายล้อมจากบรรดาเด็กผู้หญิงวัยกระเตาะ นมขึ้นแล้วบ้าง ยังไม่ขึ้นบ้างจำได้ว่าอายมาก ไม่รู้ว่าอายทำไม แต่อาย อายประหนึ่งเพิ่งเสียตัวเป็นครั้งแรกเลยทีเดียว ครั้งนั้นเองที่รู้ว่า กางเกงในนั้นก็มีความจำเป็นสำหรับผู้ชายเช่นเดียวกัน เย็นวันนั้นแม่ก็พาไปซื้อกางเกงในสิครับ ในสมัยนั้น กางเกงในเด็กผู้ชายไม่มีใครดังไปกว่ากางเกงในยี่ห้อ “แอปเปิล” กางเกงในยางยืดลายแถบสีตามขวาง มันเป็นผ้ายางยืดทั้งตัว ลองนึกสภาพผ้ายืดรัดขาของคนแก่สมัยนี้ดูสิครับ มันเป็นแบบนั้นเลย ดีไซน์การตัดก็ไม่มีอะไรมาก หากเราแผ่กางเกงในออกมันก็เป็นผ้าสี่เหลี่ยมผืนผ้าธรรมดา ที่เปิดบนเปิดล่าง สามารถอ้าออกให้เราสวมใส่ได้เท่านั้นเองไม่มีหรอก ไอ้ที่จะทำกระเปาะตรงกระเจี๊ยวให้พอไม่อึดอัด ไม่รู้ยัดไข่ใส่เข้าไปได้อย่างไร แต่ผมก็ใส่ได้ เพื่อนๆผมก็ใส่ได้ ผู้ใหญ่บางคนก็ใส่ได้ มันฮิตจริงๆนะ แต่อันที่จริง หากของมันดีจริงมันก็คงไม่สาบสูญหายไป ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว “กางเกงในแอปเปิ้ล” มนุษย์เพศชายอย่างเราๆนั้น ธรรมชาติสร้างกระเจี๊ยวให้ห้อยยาวลงมา และยังดึงให้ลูกอัณฑะอีก ๒...

วันลอยกระทง วัยรุ่นไทย…ได้หรือเสียตัว?

เสียตัวลอยกระทง
ควัน(เสีย)หลง..ที่สังคมไม่อยากให้เกิด           จากผลสำรวจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เกี่ยวกับเทศกาลลอยกระทงในปี 2552 พบว่ากลุ่มตัวอย่างจำนวน 44.3 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่า 'วันลอยกระทง' เป็นวันที่วัยรุ่นนิยมมีเพศสัมพันธ์กัน ถึงแม้ว่าตัวเลขนี้ จะเป็นเพียงความเห็นของกลุ่มตัวอย่างไม่กี่กลุ่ม แต่นั่นก็สะท้อนมุมมองของคนในสังคมไทยที่มีต่อวัยรุ่นได้ในระดับหนึ่ง           แต่ถ้าเราเชื่อคำพังเพยโบร่ำโบราณที่ว่า 'ไม่มีมูล หมาไม่ขี้' ตัวเลข 44.3 เปอร์เซ็นต์นี้ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจยิ่ง           และถ้าเราอยากค้นหาความจริง อะไรจะดีไปกว่า การถามไถ่เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ในวันเทศกาล กับวัยรุ่นที่ตกเป็นจำเลย           "คนจะมีอะไรกัน ไม่ต้องรอเทศกาลหรอกพี่ อยากจะมีเมื่อไหร่มันก็มีได้" นั่นคือคำตอบจาก เฟิร์ส-อนุสรณ์ พิริยานุพงศ์ หนุ่มหน้าเข้มจากสาขาวิชาการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่มีต่อข้อกล่าวหาว่า วัยรุ่นชอบมีอะไรกันในวันงานเทศกาล           "จริงๆ โอกาสไหนก็ไปได้นะ แต่ว่าตอนเทศกาลนี่ ได้มาเจอกันไง ปกติมันต่างคนต่างเรียน ไม่ได้ออกมาข้างนอกเท่าไร อย่างงานลอยกระทง มันก็ลอยกันเป็นคู่ คนรักมาลอยด้วยกัน มันคล้ายกับแสดงให้เห็นว่า เรามาลอยด้วยกัน ใช้กระทงเดียวกัน เราเป็นคนรักกันแล้วนะ อะไรอย่างนั้น มันเริ่มจากกันนัดเจอกันลอยกระทง ตอนกลางคืนก็ถามกันแล้ว คืนนี้จะไปไหนกันต่อดี้"           "มันเหมือนจะเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เป็นวัฒนธรรมของวัยรุ่น ที่หลังจากการออกมาเจอกันตามเทศกาล ก็จะไปกินกันต่อ แล้วต่างคู่ก็ต่างแยกย้ายกันไปกันต่อ...

เที่ยวคนเดียวก็สุขได้

เที่ยวคนเดียว
ใครที่อยากหาความสงบให้ชีวิตด้วยการออกเดินทาง แต่ใจหนึ่งก็ไม่กล้าออกท่องโลกคนเดียว อีกใจก็ไม่อยากมีคู่หูกวนใจ ขอบอกเลยว่า เก็บกระเป๋าแล้วออกไปท่องโลกกว้างกันเถอะ เพราะการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แถมประสบการณ์ที่รออยู่ข้างหน้าอาจทำให้คุณค้นพบความสุขที่ไม่เคยเจออีกด้วย จากนี้คือ 5 เหตุผลที่คุณควรออกเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว 1.ไม่ใช่คุณคนเดียวที่แบกกระเป๋าออกไปดูโลก ในทางกลับกัน มีผู้คนมากมายที่พร้อมจะเก็บกระเป๋าและพาตัวเองออกไปท่องเที่ยวคนเดียว นั่นหมายความว่า คุณจะได้มีโอกาสพบคนที่เดินทางคนเดียวในสถานที่และเวลาเดียวกับคุณ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเดินอยู่ข้างคุณ หรือเข้าพักที่เดียวกับคุณ หนึ่งในที่รวมพลของนักเดินทางคนดียวคงหนีไม่พ้นโฮสเทลต่างๆ ไม่แน่ว่าแค่คุณนั่งชิลๆ อยู่ที่คอฟฟี่ช็อป หรือล็อบบี้ คุณอาจได้พบเห็นนักท่องเที่ยวมากมายจากทั่วทุกมุมโลก และได้เพื่อนใหม่ถึง 5 คนในเวลาสั้นๆ ก็ได้ 2.คนท้องถิ่นพร้อมจะมอบความรักให้คุณ แน่นอนว่า อาจไม่ใช่คนท้องถิ่นทุกคนพร้อมจะเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว แต่ในหลายประเทศ คนท้องถิ่นชอบที่จะพบปะกับนักท่องเที่ยว และทำความรู้จักว่าเขา/เธอเดินทางมาจากที่ไหน พร้อมฟังเรื่องราวเกี่ยวกับบ้านเกิดของคุณ ขอเพียงคุณไม่เขินอายที่จะกล่าวคำทักทายหรือตั้งคำถามกับคนที่พบเจอ และจะยิ่งดีมากถ้าคุณสามารถพูดภาษาท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ ได้ 3.มิตรภาพจากเพื่อนร่วมทาง เมื่อไหร่ที่คุณเจอเพื่อนร่วมทาง อย่าเขินที่จะเข้าไปพูดคุย เชื่อเถอะว่า คุณจะได้พบกับเรื่องราวมากมาย ไม่แน่ว่าคุณอาจจะได้ไอเดียดีๆ ในการเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป หรือได้ความรู้ว่า ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินอย่างพาสปอร์ตหายระหว่างเดินทางจะต้องไปแจ้งที่ไหน 4.มีผู้ที่พร้อมจะเคียงข้างและพูดคุยกับคุณ เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกโดดเดี่ยว หรือไม่ปลอดภัย ลองเดินเข้าไปพูดคุยกับพนักงานที่ให้บริการตามสถานที่ต่างๆ เช่น บาร์เทนเดอร์ที่ล็อบบี้ พนักงานหิ้วกระเป๋า หรือพนักงานที่สระน้ำ...

วิธีใช้ชีวิตโสดให้สุข

ชีวิตโสด
หลายคนอาจมองว่าการครองตัวเป็นโสดบนโลกใบนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายเกินไป และเป็นเรื่องสำคัญที่คนเราจะต้องมองหาคนที่รัก เพื่อใช้ชีวิตคู่ไปด้วยกัน แต่ในทางกลับกัน การครองตัวเป็นโสดก็มีข้อดีหลายอย่างเหมือนกัน คำถามคือ จะใช้ชีวิตเป็นโสดอย่างไรให้เป็นสุข ถ้ายังนึกไม่ออกลองทำตาม 8 ข้อนี้ดู 1.ผ่อนคลาย ช่วงเวลาเป็นโสดไม่ได้อยู่กับคุณไปตลอดชีวิต ดังนั้นต้องใช้เวลาช่วงนี้อย่างคุ้มค่า ด้วยการเรียนรู้ตัวเอง จำไว้ว่า ถ้าคุณยังทุกข์ที่จะใช้เวลาอยู่กับตัวเอง คนอื่นคงรู้สึกไม่มีความสุขเช่นกันเมื่อต้องใช้ชีวิตกับคุณ ที่สำคัญการมีความสัมพันธ์กับตัวเอง ก็ไม่ต่างจากการสานสัมพันธ์กับคนอื่น เพราะคุณต้องเรียนรู้ที่จะมอบความรัก ความหวังดี และรู้จักสื่อสารกับตัวเอง 2.ให้โอกาสตัวเอง การมีความสุขแบบตัวคนเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบางครั้งเราอาจมีช่วงเวลาที่อ่อนแอ รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ไม่มีใครรัก แต่คุณต้องมองหาวิธีที่จะเชียร์อัพตัวองให้ลุกขึ้นมาคิดบวกให้ได้ ด้วยการหาเวลาไปผ่อนคลาย ไปเดินเล่น หรือทำงานอดิเรกที่สนใจ 3.เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จะมีช่วงเวลาไหนในชีวิตที่ดีไปกว่าช่วงโสดที่คุณสามารถมองหาสิ่งที่ตัวเองสนใจแล้วออกไปเรียนรู้ ไม่ว่าจะไปสมัครเรียนภาคค่ำ หรือเรียนออนไลน์ หรือถ้าคุณไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ลองอยู่กับตัวเองและหาคำตอบดูว่าแท้จริงแล้วคุณมีความชอบและสนใจอะไร 4.เจอคนใหม่ๆ การพาตัวเองออกไปเจอคนใหม่ๆ ในที่นี่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องมองหาคนรักใหม่ หรือ ใครสักคนมาอยู่เคียงข้าง แต่การเจอคนใหม่ๆ ในที่นี่คือการออกไปหาเพื่อนใหม่ๆ อย่าปล่อยให้ตัวเองต้องเหมือนอยู่ในโลกนี้คนเดียว เพราะเพื่อนคือบุคคลที่เราจะแชร์เรื่องราวต่างๆ ในชีวิตของเราไปด้วยกัน 5.ค้นหาพลังสร้างสรรค์ในตัวเอง คนเราทุกคนมีพลังสร้างสรรค์อยู่ในตัวเอง แต่บางทีเราอาจหลงลืมไป ทางที่ดีเราควรลองให้เวลากับตัวเอง เพื่อรื้อฟื้นพลังสร้างสรรค์ในตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง 6.โฟกัสกับความคิดของตัวเอง ถ้ามีเวลา เราอาจลองถอดความคิดที่มีในหัว ออกมาโลดแล่นสู่โลกแห่งความจริง...

หัวเราะด้วยกัน สุขสันต์ยืนยาว

หัวเราะมีความสุข
หลายคนหลายคู่อาจจะเคยตั้งคำถามว่า ทำยังไงนะความรักความสัมพันธ์จึงจะมีความสุขและยืนยาว หนึ่งในคำตอบที่คุณได้พบอาจจะง่ายกว่าคาด แค่เพียง หัวเราะด้วยกันเท่านั้น (ทำได้หรือเปล่า)   หลายคู่ที่บอกว่ารักกัน แต่ทำไมเวลามาพบเจอและอยู่ด้วยกันทีไรกลับมีแต่เรื่องเครียดมาถกเถียง มีแต่ทำหน้าบึ้งตึงเย็นชาใส่กัน ถ้าเป็นอย่างนี้บ่อยๆ บอกเลยว่า ความสัมพันธ์นี้ คงไปได้ไม่ไกลหรือไม่มีความสุขนัก และถ้าไม่อยากเป็นอย่างนั้นละก็ เมื่อเจอกันหรืออยู่ด้วยกัน ควรจะหากิจกรรมสนุกมาทำ หรือพูดคุยกันด้วยเรื่องตลกๆ จะได้หัวเราะไปด้วยกัน จากผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Personal Relationships ระบุถึงการศึกษาคู่รักชายหญิงที่คบหากันโดยเฉลี่ยประมาณ 4 ปี จำนวน 77 คู่ พบว่า คู่รักที่มีความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ ใกล้ชิด สนับสนุนซึ่งกันและกันนั้นมักจะเป็นคู่ที่มักจะหัวเราะด้วยกันเสมอๆ ยิ่งหัวเราะบ่อย พวกเขาก็จะใกล้ชิดกันมากขึ้น และอยู่ด้วยกันนานขึ้น เสียงหัวเราะแสดงถึงความสุข แต่การหัวเราะคนเดียวก็ไม่มีความหมายสำหรับคู่ของคุณ “เวลาที่เราหัวเราะ แต่คนข้างๆ เรากลับนั่งเงียบๆ เฉยๆ มันทำให้เกิดคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับเขา หรือเกิดอะไรขึ้นกับเรา และนั่นคือสิ่งที่มีความหมายกับความสัมพันธ์” ลอรา เคิทซ์ นักจิตวิทยาทางสังคมจากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา บอก โดยทั่วไปแล้วผู้หญิงจะหัวเราะมากกว่าผู้ชาย...

เทคนิคบริหารเวลา สำหรับคนทำงานรุ่นใหม่

การบริหารจัดการเวลา
ปัจจุบันการทำงานของคนเราพบว่ามากกว่า 40% ชีวิตของคุณอยู่กับการทำงาน ไม่ว่าเราจะอยู่ในบริษัทไหน จะเป็นพนักงานบริษัทในองค์กรเล็ก หรือใหญ่ การบริหารเวลา เป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะพนักงานบริษัท หรือมนุษย์เงินเดือน การบริหารเวลาเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง จะบริหารเวลาอย่างไรให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในหารทำงานให้กับตัวคุณเองมากขึ้น 1. ปลุกสมอง และ เตรียมความพร้อมก่อนการทำงานโดยการตั้งสมาธิ และ สติ ก่อนทำงานในทุกๆ เช้า 2. กำหนดเป้าหมายและผลสำเร็จของงานอย่างชัดเจน 3. ทำ To Do List จัดลำดับความสำคัญก่อนหลังของงาน 4. กำหนดเกณฑ์ในการใช้เวลาในการทำกิจกรรมแต่ละอย่างให้ชัดเจน 5. มนุษย์สัมพันธ์ที่ดีเป็นสิ่งที่จะแบ่งเบาภาระการทำงานได้ดีที่เดียว เราสามารถมอบหมายงานให้คนอื่นทำจะเป็นการประหยัดเวลาในการทำงาน และเป็นเทคนิคการบริหารเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์มากที่สุด 6. แบ่งเวลาการทำงาน และ การพักผ่อนให้มีความสมดุลกัน 7.พยายามควบคุมเวลาในการประชุม ใช้เวลาประชุมให้น้อยที่สุด เน้นที่สาระสำคัญของประชุมแต่ละครั้ง พยายามไม่ให้นอกเรื่อง 8. การจัดเก็บเอกสารให้เป็นระเบียบ โดย แบ่งออกเป็นหมวดหมู่ให้ชัดเจน เพื่อง่ายต่อการค้นหา 9. การใช้เทคโนโลยีมาช่วย ในการทำงาน เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ อีเมล์ เว็ปออนไลน์ต่างๆ เพื่อลดกระดาษและเป็นการรักษาข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้...

อย่าให้ความเครียดลดอายุ

หน้าแก่เร็ว
ผลวิจัยล่าสุดจากโรงเรียนธุรกิจฮาร์วาร์ดและมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด รัฐแคลิฟอร์เนียสหรัฐ รายงานว่า ความเคร่งเครียดในการทำงานทำร้ายสุขภาพเท่ากับการเป็นคนสูบบุหรี่มือสอง รายงานได้รวบรวมเคสกว่า 228 รายพบว่า การทำงานมากๆ จะเพิ่มปัญหาสุขภาพและมีโอกาสพบแพทย์มากขึ้น 35% นอกจากนี้การทำงานนานๆ ทำให้ชีวิตสั้นลงเกือบ 20%และคนที่สะสมความเครียดเป็นเวลานานหรือมีความกังวลอยู่เสมอว่าจะตกงาน ยิ่งส่งผลต่อสุขภาพมากถึง 50% โจเอล โกห์ (Joel Goh)ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาคบริหารธุรกิจ โรงเรียนธุรกิจฮาร์วาร์ด กล่าวว่า การวิจัยนี้จะช่วยให้เจ้าของบริษัทตระหนักถึงวิธีการทำงานของพนักงาน เพราะการทำงานหนักไม่ทำให้งานมีประสิทธิภาพเสมอไป นอกจากนี้เขายังแนะนำวิธีลดความเครียดไว้ ดังนี้ เขียนออกมา จากคำแนะนำของนักจิตวิทยาที่ว่า เราควรเขียนสิ่งที่รู้สึกลงบนกระดาษเพราะนอกจากจะได้ระบายความเครียดแล้วเรายังได้เห็นปัญหาและเห็นทางแก้ไขมากขึ้น ตรวจสอบความเป็นจริง งานวิจัยของฮาร์วาร์ดแสดงให้เห็นว่า คนที่มีความเครียดมากที่สุดคือคนที่กังวลว่าจะตกงาน ดังนั้นจงกล้าถามตัวเองว่างานที่ทำอยู่เป็นอย่างไร เสี่ยงต่อการถูกไล่ออกหรือไม่ หรืออาจจะถามมุมมองจากผู้ร่วมงานที่ไว้ใจได้เพื่อหาความคิดเห็นจากผู้ที่มองเข้ามา ถามตัวเองว่ารักงานไหม นักจิตวิทยาจากลอสแองเจลิส โจอันนา ริพาลี (JoannaLipari) กล่าวว่า ผู้ป่วยที่เธอดูแลจะมีความเครียดกับงานน้อยลงเมื่อพวกเขารักงานที่ทำ และเมื่อรักงานแล้ว ความสุขในการทำงานก็จะตามมาส่งผลให้เครียดน้อยลงตามมา ตั้งลิมิตของตัวเอง หากเจ้านายต้องการให้คุณทำงานวันละ 10 ชม. แทน 8 ชม. ตามปกติ คุณควรบอกเขาว่า “ไม่”...

เล่นมือถือก่อนนอนทำหลับไม่สนิท

นอนไม่หลับ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการนอน ได้แนะนำเป็นเสียงเดียวกันว่า ให้เก็บโทรศัพท์มือถือให้ห่างจากเตียงนอนเท่าที่จะทำได้ เพราะเหตุว่ามันอาจจะก่อปัญหาในการนอน แต่กระนั้นพอลืมตาขึ้นมา บางคนก็แทบรีบกระโจนเข้าใส่มัน แพทย์ของศูนย์โรคการนอน มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า การทำเช่นนั้นก็ไม่ได้เป็นผลดีอะไร แทนที่ว่าจะลุกไปชงกาแฟดื่ม กลับต้องรีบร้อนมาดูโทรศัพท์ ว่าเป็นเวลาอะไร และยังเลยยังไปตรวจดูอีเมลซ้ำ บางทีอาจจะต้องตื่นด้วยความกระวนกระวาย ไม่ว่าใครก็ตาม ที่ต้องตื่นมากลางดึก เพื่อจะมาตรวจดูอีเมล แล้วกลับไปนอนต่ออีก ก็แทบจะนอนไม่หลับ ในความรู้สึกผิดหวังและกังวลในสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ยังไม่เห็น เป็นเหตุให้ร่างกายพลอยเครียดไปด้วย ยิ่งบางคนอาจจะพลิกไปพลิกมาใจนึกถึงแต่อีเมล หรือการประชุมในเวลาอีก 6 ชั่วโมงข้างหน้า แพทย์คนหนึ่งเปิดเผยว่า การไว้โทรศัพท์ในห้องนอน จะทำให้มีปัญหาในการนอนได้หลายอย่าง เพราะว่า มีคนไข้แบบนี้หลายรายแล้ว ที่มีความเดือดร้อน เกี่ยวกับเรื่องนี้มากที่สุด จะเป็นคนที่อยู่ในวัยอายุ 20 และ 30 ปี โทรศัพท์จะกลายมาเป็นตัวรบกวนการนอน การมองเห็นแสงสีน้ำเงิน ซึ่งโดยมากมาจากโทรศัพท์ และจอคอมพิวเตอร์ จะไปปลุกให้สมองต้องคอยตื่นอยู่เสมอ ซึ่งเป็นการรบกวน รูปแบบของการนอน ขอบคุณที่มา : เกร็ดความรู้สุขภาพ (สสส. www.thaihealth.or.th)

กินยาคุมแล้วนมใหญ่จริงไหม

ถาม : เพื่อนๆ กินยาคุมแล้วหน้าอกใหญ่ขึ้นสะโพกก็ใหญ่ด้วย เกี่ยวกับยาคุมไหมคะ พี่แพ็ท : การกินยาคุมกำเนิดบางชนิด โดยเฉพาะยี่ห้อที่มีฤทธิ์ยับยั้งฮอร์โมนเพศชาย อาจทำให้ผู้หญิงบางคนมีหน้าอกใหญ่ขึ้น แต่จะไม่ใหญ่ตลอดเพียงแต่จะกระชับขึ้นเท่านั้น อยากหน้าอกใหญ่ที่ทำได้ก็เพียงบริหารหน้าอกเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้ออกค่ะ อกจะสวยหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ขนาดหน้าอกเพียงอย่างเดียวนะคะ มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองมีแต่งกายให้เหมาะสมกับรูปร่าง แค่นี้เราก็ดูดีแล้วล่ะค่ะการกินยาคุมกำเนิดนั้น พี่แพ็ทแนะนำให้น้องๆปรึกษากับเภสัชกรก่อนดีกว่าที่จะซื้อยามากินเองโดยที่เราไม่รู้ถึงผลดีผลเสียของการใช้ยาค่ะ