ยังมีทางเลือกอื่นที่เชื่อถือได้และปลอดภัย ดีกว่าซื้อยาทำแท้งทางอินเทอร์เน็ต…

เรื่องเล่าลุงหมอ ตอนที่ 27 (ตอนแรก) เมื่อวันพุธที่ 5 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา ในจังหวัดขอนแก่น ได้มีแพทย์ พยาบาล เภสัชกรและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข มารวมตัวกันเพื่อประชุมเรื่อง"การช่วยเหลือส่งต่อการตั้งครรภ์ไม่พร้อม เพื่อความปลอดภัยของวัยรุ่น" ลุงหมอก็ได้เข้าร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทั้งการยุติการตั้งครรภ์ด้วยยาและเครื่องมือ ลุงหมอเล่าให้ผู้ร่วมประชุมฟังว่าปัจจุบันนี้มีเครือข่ายแพทย์ พยาบาล และ สหวิชาชีพ ร่วมมือกันอาสาเพื่อรับ-ส่งต่อการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ที่ส่งต่อจากสายปรึกษาท้องไม่พร้อม 1663 เครือข่ายนี้ เรียกกันว่า “อาสา RSA” ที่ประชุมนี้ได้ทำข้อตกลงแนวทางส่งต่อท้องไม่พร้อมในจังหวัดขอนแก่น โดยร้านขายยาในจังหวัดก็ยินดี ที่จะแนะนำส่งต่อผู้หญิงที่มีปัญหาท้องไม่พร้อมให้มาพบกับอาสา RSA เพื่อความปลอดภัย ปัญหาการขายยาทำแท้งเถื่อนทางอินเทอร์เน็ตยังคงมีให้พบเห็นอยู่ทั่วไป ไม่นานมานี้พบว่ามีการขโมยรูปพยาบาลจากโรงพยาบาลในจังหวัดนครสวรรค์ มาแอบอ้างว่าเป็นรูปตนเองและนำรูปนั้นมาใช้โฆษณา ขายยาทำแท้ง ยาสอด ยาขับเลือดในเฟซบุ๊ค โดยเขียนข้อความประกอบว่า"ส่งจริง 100% สนใจสั่งแอดไลน์หมอเลยค่ะ" ซึ่งขณะนี้พยาบาลตัวจริงผู้เป็นเจ้าของรูปได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจแล้ว อีก 1 กรณีตัวอย่างที่ลุงหมอพบเจอมา เป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่ง อายุ 30 ปี มีลูก 2 คน คนโต 5 ขวบและคนเล็กเพิ่ง 1 ขวบ 3 เดือน เธอให้ลูกกินนมแม่ 6...

ท้องที่เสี่ยงต่อสุขภาพและชีวิต สามารถเลือกทำแท้งได้

เรื่องเล่าลุงหมอ ตอนที่ 26 ท้องที่เสี่ยงต่อสุขภาพและชีวิต สามารถเลือกทำแท้งได้ "หมอคะ เพื่อนหนูน่ะเพิ่งตายเดือนก่อน หลังคลอดลูกได้ 4 เดือน หนูบอกแล้วอย่าท้อง ให้ทำแท้งดีกว่า เสียดายและคิดถึงเพื่อนรักจริงๆ" ผู้หญิงวัย 40 ปี มาฉีดยาคุมที่คลินิกเมื่อต้นมีนาคมที่ผ่านมา เอ่ยเรื่องนี้กับลุงหมอว่า เพื่อนเธอเป็นโรคมะเร็งเต้านมก่อนท้องและได้ทำการรักษาฉีดยาคีโม จนอาการดีขึ้นแล้ว เพื่อนมีลูกแล้วคนหนึ่งแล้ว ก็อยากมีลูกอีก และหลังได้ยาคีโมครบถ้วนแล้ว เธอตั้งท้อง แต่ปรากฏว่าเธอตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมอีกเมื่อท้องได้ 4 เดือน แต่ก็ตัดสินใจท้องต่อ พอตอนใกล้คลอดก็เกิดโรคแทรกซ้อนครรภ์เป็นพิษ จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด... แต่หลังคลอด อาการโรคมะเร็งเต้านมดำเนินต่อไป ..จนกระทั่งเสียชีวิต การตัดสินใจท้องต่อจนคลอด ผู้หญิงอาจต้องเผชิญความลำบาก อันตรายจากโรคที่กำลังเป็นอยู่ หรือโรคที่อาจเกิดร่วมกับการตั้งครรภ์ เช่น ความดันโลหิตสูง การตัดสินใจว่าจะท้องต่อไป หรือ จะยุติการตั้งครรภ์ เป็นการตัดสินใจที่สำคัญต่อสุขภาพและชีวิต ผู้หญิงจึงจำเป็นต้องไตร่ตรองให้รอบคอบด้วยการหาคำตอบว่า 1) ท้องนี้จะมีอันตรายหรืออาการข้างเคียงต่างๆ มากกว่าการทำแท้งไหม 2) การท้องต่อจะกระทบต่อชีวิตทั้งร่างกายและจิตใจไหม? ถ้าหาคำตอบด้วยตนเองไม่กระจ่างชัด ก็ควรมาปรึกษาแพทย์หรือพยาบาล ผู้ให้บริการปรึกษาทางเลือกอาสา RSA หรือโทร 1663 ดังเช่นข่าวเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2560 ผู้หญิงแอบคลอดลูกที่บ้านที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นท้องที่ 3 โดยเธอมีลูก 2...

ไม่บอกที่ทำแท้งเพราะกลัวบาป เลยต้องพึ่งเว็บไซต์ขายยา ผลคือ

​คุณแม่คนหนึ่งเล่าให้หมอฟังว่า พอรู้ว่าลูกสาววัย 17 ปีท้องเมื่อตรวจพบปัสสาวะขึ้น 2 ขีด เธอก็คิดมาก เครียด นอนไม่หลับ ข้าวปลาก็ไม่อยากกิน คิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี ที่ผ่านมาเธอก็ดูแลลูกสาวมาตลอด ทิ้งลูกไม่ได้ พ่อเขาทิ้งแม่ไปสองปีแล้ว ไปมีเมียใหม่ ไม่เคยดูแลทางบ้านเลย ความรับผิดชอบต่อลูกก็ไม่มีเลย ค่าเล่าเรียน ค่ายารักษาโรค พ่อมีแต่บอกว่าไม่มี ไม่เคยส่งมาให้เลย แม่ต้องเลี้ยงลูกตามลำพัง การที่ลูกท้อง มันก็หนักที่ว่าเขาต้องทิ้งแม่ไปอยู่กับแฟนที่จังหวัดอุตรดิตร์ แต่เขายังเด็กดูแลตัวเองไม่ได้ แม่ต้องหาเงิน ตอนนี้ลูกสาวก็เริ่มหาเงินช่วยกันได้แล้ว เรามีภาระหนี้สิน กยศ. กู้เงินเรียนที่ต้องจ่ายคืน ลูกสาวเป็นคนอารมณ์ดีกินเก่ง ตอนนี้ทำงานช่วยญาติเป็นแคชเชียร์ทั้งๆ ที่จบแค่ ม.3 แม่เองก็ทำงานเป็นลูกจ้างในร้านอาหาร ลูกสาวเป็นเด็กดีน่ารัก ชอบซื้อของมาให้แม่ วันเกิดแม่ก็ซื้อทองมาให้แม่สลึงนึง เรารักกันมากและมีกันสองคน เรื่องประจำเดือนของเขาจะคอยดูแลตัวเองตลอด แต่คุณแม่เล่าให้ลุงหมอฟังว่า “ลูกสาวกินยาคุมผิด ไปกินตอนไม่เป็นประจำเดือนและกินหลังร่วมเพศแล้ว”  ​นอกจากเรื่องท้อง แม่ยังเป็นห่วงเรื่องว่าลูกสาวจะเสี่ยงช่วงตั้งท้องเพราะลูกอ้วนมาก เคยได้ยินมาก่อนว่าผู้หญิงน้ำหนักมากจะคลอดยาก กลัวอันตรายจากโรคที่จะตามมา ตอนนี้หนัก 70 กิโลแล้ว ถ้าท้องก็อาจเพิ่มเป็น 90 กิโลได้ และเขาก็ตัวไม่สูงแค่ 150 ซม.เอง ความที่รู้สึกว่าลูกสาวจะเสี่ยงและเป็นอันตราย เพื่อนบ้านก็แนะนำว่า “เรามาแก้ปัญหาตรงนี้ก่อนไหม เอาลูกไว้ก่อน หลานไว้ทีหลัง" เพื่อนๆ ก็เลยแนะนำให้กินยาสตรีเบลโล บอกว่า 2 ขวดแล้วเมนส์จะมาเอง คือจะหลุดเลย ลูกทำตามคำแนะนำ รอไป 4-5 วันก็เงียบกริบ คุณแม่จึงไปถามที่อนามัยว่าลูกสาวมีปัญหาท้องไม่พร้อม เจ้าหน้าที่บอกว่ามีที่ทำอยู่ที่หน้าวัดแห่งหนึ่ง แต่ไม่บอกชื่อคลินิก  ​คุณแม่เล่าให้หมอฟังต่อว่า "เจ้าหน้าที่ก็ทำตามหน้าที่ของเขา ที่ไม่บอกเพราะกลัวบาป” (แต่หมอคิดต่อว่าแต่ถ้าคนไม่รู้แล้วไปทำแท้งกับหมอเถื่อน น่าจะบาปกว่ามันจะเป็นอันตรายกับผู้หญิงมากกว่าไหม) จึงไปถามคนในตลาดโดยไม่รู้สึกอายนะ เพราะว่าถ้ารู้ชื่อคลินิก จะรู้สึกสบายใจที่ลูกจะได้รับการช่วยเหลือ ไปพบคนขี่มอเตอร์ไซด์ผ่านมา แม่ดีใจมากเพราะเขารู้จัก บอกแม่ว่าชื่อคลินิกอะไร พร้อมบอกทางไปคลินิก และแถมด้วยว่าคลินิกนี้ใครๆ ก็ไปหา ปลอดภัยแน่นอน คุณแม่ก็ไปตามนั้น แต่ไม่พบคุณหมอ เจ้าหน้าที่คลินิกแจ้งเวลาทำงานของคุณหมอ หลังจากนั้น คุณแม่ก็ไม่รอช้ารีบพาลูกสาวมาพบคุณหมอตามเวลา ตรวจอัลตร้าซาวด์ดูอายุครรภ์ คุณหมอรับฟังปัญหา ทั้งคู่ได้รับการปรึกษาทางเลือก ตัดสินใจอย่างมีอิสระตามเหตุผลที่ไม่พร้อมมีลูก ซึ่งลูกสาวตัดสินใจเห็นด้วยกับคุณแม่  เธอได้รับการช่วยเหลือ  นัดตรวจติดตามผล ดูแลการแก้ปัญหาได้อย่างปลอดภัย หลังจากนั้น คุณแม่เล่าให้ฟังว่าลูกสาวสบายดี ทำงานได้...

ท้องไม่รู้ตัว เป็นไปได้?

จากข่าวเมื่อเดือนมกราคม 2560 มีการทิ้งเด็กในวันที่ 20 มกราคม ที่เชียงใหม่ พนักงานเก็บขยะเทศบาลนครพบถุงข้าวสารวางไว้ข้างถังขยะ ข้างปั๊มน้ำมัน ภายในมีศพทารกอายุครรภ์ไม่เกิน 8 เดือน วันที่ 22 มกราคม ที่เขตยานนาวา กรุงเทพฯ ที่อาคารชุดแห่งหนึ่ง แม่บ้านและช่างอาคารพบว่าชักโครกเต็ม จึงได้ใช้อุปกรณ์ดูดสิ่งปฏิกูล พบขาเด็กทารกโผล่ขึ้นมา ตำรวจพบผู้ต้องสงสัย รับสารภาพว่าแท้งลูก วันที่ 27 มกราคม ที่อำเภอวารินชำราบ อุบลราชธานี พบทารกแรกเกิดร้องเสียงดังนอนอยู่ที่ด้านข้างสระว่ายน้ำโรงเรียนอนุบาล ใกล้ถังขยะ มีคราบเลือดติดอยู่ที่หน้าท้อง ทั้ง 3 ข่าวนี้บ่งบอกว่าการป้องกันแก้ไขปัญหาท้องในผู้หญิงยังมีอุปสรรคมากมาย สังคมรวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ควรเปิดใจให้โอกาสเธอเล่านั้นได้รับการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีข่าวชิ้นหนึ่งที่ลุงหมอว่าน่าสนใจ คือ วันที่ 19 มกราคม ที่อำเภอคลองหลวง ปทุมธานี สาววัย 18 ปีคลอดลูกคาห้องน้ำ เจ้าตัวงง ไม่รู้ท้องตอนไหน ลูกแข็งแรงดี แม่เผยว่าลูกสาวปวดท้องจึงลุกเข้าห้องน้ำ ได้ยินเสียงลูกร้องโอดโอย...

“ยุติการตั้งครรภ์แบบปลอดภัย” ความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เริ่มต้นปีใหม่ที่ผ่านมา มีผู้ให้บริการจากโรงพยาบาล 'ข' ในภาคเหนือเล่าว่า มีผู้หญิงรับจ้างกรีดยางคนหนึ่งไปปรึกษาที่โรงพยาบาล 'ก' โดยเธอมีปัญหาท้องไม่พร้อม แต่โดนผู้ให้บริการดุว่าท้องแล้วทำไมไม่รับผิดชอบตัวเอง เจ้าหน้าที่อีกคนจึงแนะนำให้ผู้รับบริการคนนี้มาที่โรงพยาบาล 'ข' ซึ่งแพทย์ที่นี่ได้ช่วยยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยให้กับเธอ เธอเขียนระบายความรู้สึกที่ได้เผชิญกับการบริการที่ผ่านมาจากสองโรงพยาบาลว่า "ดิฉันคิดว่าบริการคนที่ท้องไม่พร้อมที่จะมีบุตรนั้นดีนะคะ ดีมากๆ ที่ช่วยค่ะ เพราะมนุษย์มีปัญหา การบอกว่า ทำไมคุณไม่ระมัดระวังจุดนี้ บางคนผิดพลาดได้กับเรื่องแบบนี้ บางคนคิดน้อยใจแล้วไปทำแท้งเถื่อน เพราะหมอบางคนพูดจาหยาบใส่ ทำให้คนมีทุกข์น้อยใจ คิดมาก คิดว่าตัวเองสร้างเอง ต้องทุกข์เองเถอะ ดิฉันคิดว่ามนุษย์เรามิใช่อยู่ในโลกแคบ แต่ปัจจุบันอยู่ในโลกกว้าง สังคมกว้างไกล ไม่น่าปิดกั้นตัวเองและคนอื่นๆ อยากให้ทุกๆ โรงพยาบาลมีโครงการแบบนี้จังค่ะ ดีกว่า ไม่ต้องไปทำแท้งเถื่อน ดิฉันดีใจมากๆ สำหรับโรงพยาบาลที่เปิดบริการแบบนี้ ขอบคุณแพทย์โรงพยาบาลที่ไม่ปฏิเสธ ที่ให้บริการ ขอให้จิตอาสานี้อยู่คู่ประชาชนตลอดจ๊ะ พร้อมรับทุกข์ของคุณ สร้างมิตรและกุศลให้ตัวเองตลอดไป" ลุงหมอซาบซึ้งกับหลายๆ ประโยคที่ว่า "อยากให้ผู้ให้บริการพร้อมรับความทุกข์จากประชาชน"  เพราะผู้ให้บริการได้สลาย 'ความทุกข์' ของเขา...

เส้นทางทำแท้ง ที่ปลอดภัย ไม่ปลอดภัย ใครเลือก?

ผู้หญิงที่ประสบปัญหาท้องไม่พร้อมส่วนใหญ่จมอยู่กับความทุกข์ ความรู้สึกเสียใจ อับอาย ไร้คุณค่า สูญเสียความเชื่อมั่นและขวัญกำลังใจ ภาวะอย่างนี้การใช้สติปัญญาและสมาธิในการไตร่ตรองถึงสถานการณ์ปัญหา และใคร่ครวญเพื่อตัดสินใจแก้ปัญหาเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก วันที่ 26 ธันวาคม 2559 มีข่าวจากเครือข่ายแพทย์พยาบาลอาสา R-SA เพื่อส่งต่อยุติการตั้งครรภ์ที่อีสานแจ้งมาว่า มีคนไข้เสียเงิน 6,000 บาท ไปทำแท้งเถื่อนด้วยการฉีดน้ำยาเข้าในช่องคลอด แต่ไม่สำเร็จ มีเลือดออกเล็กน้อยอยู่ 3 วัน เธอรอดูอีก 3 สัปดาห์ก็ไม่แท้ง พอกลับไปหาคนเดิมเขาบอกว่าต้องเสียเงินใหม่อีก 6,000 บาท เธอมาพบแพทย์ตรวจอัลตร้าซาวนด์อายุครรภ์ 18 สัปดาห์ ซึ่งมีผู้หญิงไปทำแท้งแบบนี้ไม่สำเร็จหลายราย กรณีแบบนี้น่าเป็นห่วงนะครับ เสียเงิน ซ้ำแก้ปัญหาไม่ได้ และโดนหลอกลวง แพทย์ R-SA ภาคเหนือก็พบผู้หญิงไปทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยด้วยวิธีฉีดน้ำเกลือเข้าช่องคลอด 2 ราย ในช่วงเดียวกัน สายด่วนปรึกษาเรื่องเอดส์และท้องไม่พร้อม 1663 ให้การปรึกษาและส่งต่อผู้หญิงไปให้แพทย์ยุติการตั้งครรภ์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่องจำนวนมาก ได้ช่วยผู้หญิงรายหนึ่งอายุ 32...

ความเสี่ยงที่ผู้หญิงต้องแบกรับ ทำไม?

อีกไม่กี่วันก็จะสิ้นเดือนธันวาคม 59 แต่ข่าวเกี่ยวกับผู้หญิงท้องที่หาทางออกดีๆ ไม่เจอยังมีให้เห็นตลอด คงต้องให้เป็นหน้าที่ของภาครัฐ เอกชน และชุมชนที่จะช่วยกันปิดช่องโหว่ หลุมพรางความเชื่อ การช่วยเหลือตั้งแต่ต้นน้ำมากกว่าการนิ่งเฉย ประณาม อคติ เพื่อให้คนเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีจะดีกว่า โดยเข้าใจวิถีชีวิตและแก้ไขแต่ละช่วงของการพลาดพลั้ง ให้ความเมตตา กรุณา ลุงหมอขอเริ่มที่ข่าวและขอเล่าความเป็นไปของวัยรุ่นต่อนะครับ วันที่ 22 พฤศจิกายน 59 ที่กรุงเทพฯ แม่วัยรุ่นอายุ 17 ปีโยนลูกอายุ 18 วันลงในอ่างน้ำจนเสียชีวิต เธออ้างว่าโมโหที่ลูกร้องเสียงดัง กรณีนี้ลุงหมอมองว่าเธอยังไม่พร้อมที่จะเป็นคุณแม่ และอาจเกิดภาวะเครียดมากหลังคลอด การปรึกษาปัญหาตั้งแต่เริ่มท้องไม่ควรบังคับให้ท้องต่อหรือปฏิเสธการบริการยุติการตั้งครรภ์ วันเดียวกันที่อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ แม่วัย 23 ปีเพิ่งคลอด อ้างกับตำรวจว่ามีคนขโมยลูกไป แต่ความจริงนำทารกไปทิ้งหลังโรงพยาบาล เธอบอกว่ามีปัญหาครอบครัว สามีไม่ต้องการจะมีลูก จึงเกิดความคิดนี้ วันที่ 27 พฤศจิกายน ที่จังหวัดอุดรธานี หญิงวัย 30 ปีท้องแล้วไม่บอกใคร คบหากับผู้ชายคนหนึ่ง...

หลากหลายวิธีคุมกำเนิด เรื่องจริงของ “ท้องไม่พร้อม” (ตอนจบ)

ตอนที่ 1 ลุงหมอได้เล่าแบบอย่างความคิดและการปฏิบัติของการคุมกำเนิดที่ผิดพลาด ทำให้เกิดการตั้งท้องที่ไม่พร้อมขึ้น ขอเล่าต่อครับ 12."หลั่งภายนอก ไม่เชื่อว่าท้องได้" ผู้หญิงอายุ 37 ปีมีลูกแล้ว 2 คน เลิกกับสามีมามีแฟนคนใหม่ เธอไม่กล้าไปซื้อถุงยาง โดยอ้างว่าที่ 7 – 11 และร้านขายยามีคนเยอะ จึงใช้การหลั่งภายนอก พอเธอบอกว่าท้อง แฟนถามว่า "ทำไมถึงมีลูกได้ เขาไม่เชื่อ" 13."ร่วมเพศ 2 วัน แต่กินยาคุมฉุกเฉิน 1 ชุด" หญิงวัย 37 ปี มีลูก 3 คน คนเล็กอายุ 1 ปี แฟนทำงานต่างถิ่นกลับบ้านสัปดาห์ละครั้ง สวมใส่ถุงยางป้องกันท้องเวลามีเพศสัมพันธ์ แต่ครั้งล่าสุดถุงยางหมด จึงมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน ครั้งแรกที่มีอะไรกัน ในตอนเย็นวันต่อมาได้กินยาคุมฉุกเฉิน 1 เม็ดแรก แล้วตอนกลางคืนก็มีเพศสัมพันธ์กันอีก พอมาช่วงตี 5...

หลากหลายวิธีคุมกำเนิด เรื่องจริงของ “ท้องไม่พร้อม” (ตอนที่1)

ผู้คนในสังคมมักมองว่า “การท้องไม่พร้อม” ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เหตุใดจึงไม่รู้จักคุมกำเนิด เพราะคุมไม่ยาก น่าจะมุ่งเน้นที่การป้องกันเมื่อมีเพศสัมพันธ์กันมากกว่า ส่วนการแก้ที่ปลายเหตุด้วยการทำแท้งไม่น่าจะสนับสนุน แต่เรื่องนี้ก็เป็นเหมือนเหรียญ 2 ด้าน เพราะการที่ผู้หญิงทำแท้งไม่ได้ เลี้ยงลูกก็ไม่ได้ แล้วทิ้งลูกที่เกิดมาก็มีอยู่ในสังคมตลอด เธอและคู่คิดและทำเช่นนั้น มีเหตุผลมาจากอะไร การไม่ป้องกันหรือป้องกันได้ไม่ดีนั้นมีเหตุจากอะไร? วันที่ 15 พ.ย. เครือข่ายแพทย์อาสาแจ้งมาว่า พบศพทารกในกล่องหน้าบ้านเช่าที่ จ.นครราชสีมา มีจดหมายแนบในกล่อง ความว่าไม่มีปัญญาเลี้ยง คาดว่าทารกขาดอากาศและเสียชีวิต กรณีแบบนี้หากทำแท้งตั้งแต่ตั้งท้องไม่พร้อม 1 – 2 เดือนแรกจะดีกว่าไหม? 6 พ.ย. เขตจตุจักร กรุงเทพฯ พบทารกแรกเกิดถูกทิ้งที่หน้าบ้าน ในซอย มีเสื้อยืดสีดำห่อตัวคลุมด้วยเสื้อกันหนาวสีเทาแดง ทารกแข็งแรงดี 19 ต.ค. ที่อำเภอปลวกแดง จ.ระยอง มีทารกอยู่ในกระเป๋าวางทิ้งข้างบ่อขยะ ชาวบ้านมาพบ อาการปลอดภัย 8 ต.ค. ที่อำเภอสามโคก จ.ปทุมธานี...

กินยารักษาสิว แล้วท้อง! ระวังความเสี่ยงต่อเด็ก

"น้องไอดินได้พ่อแม่บุญธรรมแล้ว" ข่าวเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2559 ระบุว่า น้องไอดินที่คลอดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2559 จากแม่ผู้ไม่พร้อมเลี้ยงและถูกแทงตามร่างกาย 14 แผล โดยเหตุเกิดขึ้นที่อำเภอแวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น ต่อมาได้รับการรักษาหายจนเป็นปกติ สถานสงเคราะห์เด็กบ้านแคนทองรับดูแลน้องไอดินมา ซึ่งขณะนี้อายุ 7 เดือนเศษ ร่างกายแข็งแรงดี มีชาวสวีเดนมาติดต่อขอรับไปเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว และจะได้เลี้ยงดูน้องไอดินตามขั้นตอนของสถานสงเคราะห์ต่อไป กรณีเช่นนี้ ลุงหมอว่าเป็นทางออกหนึ่ง ที่ผู้หญิงจะเลือกได้ ถ้าท้องโตแล้วยุติการตั้งครรภ์ไม่ได้ ต้องท้องต่อ แต่เลี้ยงไม่ได้ ก็ติดต่อสถานสงเคราะห์เด็ก หรือปรึกษาได้ที่คลินิกวัยรุ่นของโรงพยาบาลทุกแห่ง และสายด่วนปรึกษาเรื่องเอดส์และท้องไม่พร้อม 1663 ครับ ส่วนข่าวจากสายด่วนฯ 1663 ได้ช่วยวัยรุ่นท้องไม่พร้อมอายุครรภ์ 26 สัปดาห์ ที่เครียดมากไม่สามารถทำแท้งได้ จะทำร้ายตนเองโดยใช้ของแหลมทิ่มเข้าไปในช่องคลอด แต่ด้วยการประสานงานของสายด่วนฯ 1663 กับพยาบาลอาสา R-SA โทรศัพท์ติดต่อคุณแม่ของน้องวัยรุ่นคนนี้ เพื่อทำความเข้าใจให้คุณแม่เข้าใจลูก ให้อภัยลูก ซึ่งจะช่วยให้ลูกผ่านวิกฤตนี้ไปได้ เนื่องจากเธอกลัวแม่ไม่ให้อภัย...